(มีคลิป)ตานสลากข้าวหม้อหนึ่งเดียวของจังหวัดแพร่สืบสานประเพณี วัดพระธาตุช่อแฮ

233
0
- ผู้สนับสนุนแพร่ข่าว -

พุทธศาสนิกชนศรัทธาแน่นวัดพระธาตุช่อแฮพระอารามหลวงร่วมสิบสานประเพณีตานสลากข้าวหม้อ หนึ่งเดียวของจังหวัดแพร่ เริ่มขึ้นเมื่อเช้าวันที่ 14 กันยายน 2566 เวลา 07.00 น.(แรม 14 ค่ำ เดือน9 ใต้ เดือน 11 เหนือ) ณ พระอุโบสถ วัดพระธาตุช่อแฮ พระอารามหลวง ตำบลช่อแฮ อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ นายธาตรี บุญมาก รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วยคณะศรัทธาสาธุชนทำบุญตักบาตร มีพระโกศัยเจติยารักษ์ รองเจ้าคณะจังหวัดแพร่ เจ้าอาวาสวัดพระธาตุช่อแฮ พระอารามหลวง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์

จากนั้นเวลา 08.00 น.คณะศรัทธาสาธุชนนำหม้อดินสลากมาตั้งวางไว้ในพระอุโบสถ ถัดจากนั้น ฟังพระปาฏิโมกข์ ณ พระอุโบสถวัดพระธาตุช่อแฮ พระอารามหลวง เวลา 10.00 น.ประกอบพิธีทางศาสนาต่อกล่าวคำบูชาพระรัตนตรัย สมาทานศีล ประธานสงฆ์ให้ศีล แสดงพระธรรมเทศนา เรื่อง อานิสงส์ตานสลากข้าวหม้อโดย พระครูใบฎีกา ชัยยงค์ ชยรติธโร เจ้าอาวาสวัดป่าแดงมัคนายกสมมาครัวตาน เวนตานสลากข้าวหม้อและถวายตานสลากข้าวหม้อพระสงฆ์จำนวน 4 รูป อุปโลกน์สลากภัตตัวแทนคณะศรัทธาประเคนสลากข้าวหม้อ แด่ พระสงฆ์พระสงฆ์ทั้งนั้นอนุโมทนาถวายภัตตาหารเพลแด่พระภิกษุ  สามเณร เสร็จพิธีตานสลากข้าวหม้อ

พระโกศัยเจติยารักษ์ รองเจ้าคณะจังหวัดแพร่ เจ้าอาวาสวัดพระธาตุช่อแฮ พระอารามหลวง เจริญพร ถึงความเป็นมาประเพณีโบราณตานสลากข้าวหม้อวัดพระวัดพระธาตุว่า นับว่า ประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัวที่เป็นจุดกำเนิดแห่งแรกในประเทศไทยและในโลก และเป็นประเพณีหนึ่งเดียวที่พระภิกษุสงฆ์มาร่วมงานมาด้วยความสมัครใจ(ไม่มีการนิมนต์) เป็นประเพณีที่จัดขึ้นในวันเดือนดับ ประเพณีนั้นก็คือ ประเพณีตานสลากข้าวหม้อ คือการใช้หม้อดิน (หม้อที่ปั้นด้วยดินและนำไปเผา) เป็นภาชนะบรรจุด้วยเครื่องไทยธรรม ประกอบด้วย พริก ข้าวสาร เกลือ หอม เมี่ยง หมาก ไม้ขีดไฟอาหารคาว อาหารหวาน ผลไม้เป็นต้น (หม้อดินเป็นปริศนา ให้คนรู้จักการใช้ชีวิต)

หม้อดินซึ่งแตกสลายง่าย ต้องประคับประคองชีวิตให้ดี ทำให้คนไม่ประมาทรู้วัน เวลาในการทำงาน ทำความดีละเว้นความชั่ว ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นการอุทิศส่วนกุศลให้กับญาติที่ล่วงลับไปและเป็นการสะเคราะห์เคราะห์(นำสิ่งที่ไม่ดีออกไป) ซึ่งเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านในสมัยก่อน เมื่อเสร็จงานจะได้นำหม้อดินมาใส่น้ำดื่ม น้ำใช้และใส่สิ่งของอื่น สิ่งสำคัญประการหนึ่งคือเพื่อสร้างความปรองดองในครอบครัวและสังคม ซึ่งมีขึ้นในวันแรม 14 ค่ำ เดือน 9 ใต้ เดือน 11 เหนือทุกปี ซึ่งเป็นวันเดือนดับ