(มีคลิป)ประชุมรับฟังความคิดเห็นโครงการสำรวจและออกแบบทางหลวง 4 ช่องจราจร ทางเลี่ยงเมืองร้องกวาง

860
0
- ผู้สนับสนุนแพร่ข่าว -

เมื่อเวลา 09.30 น.ที่หอประชุมมหาวิทยาลัยแม่โจ้แพร่-เฉลิมพระเกียรติ อ.ร้องกวาง จ.แพร่ นายสมหวัง พ่วงบางโพ ผวจ.แพร่ ได้มอบหมายให้ นายสุรพล วงศ์สุขพิศาล ปลัดจังหวัดแพร่ เป็นประธานเปิดการประชุมสรุปผลคัดเลือกรูปแบบที่เหมาะสมของ(สัมมนาครั้งที่ 2)โดยมีนายประสพชัย ปรางทอง ผอ.แขวงทางหลวงแพร่กล่าวรายงานว่า

การประชุมสรุปผลคัดเลือกรูปแบบที่เหมาะสมของโครงการสำรวจและออกแบบทางหลวง 4 ช่องจราจร ทางเลี่ยงเมืองร้องกวาง (สัมมนาครั้งที่ 2) ในวันนี้กรมทางหลวง ได้จัดทำแผนพัฒนาทางหลวง โดยกำหนดตามทิศทางของการพัฒนาระบบคมนาคมและขนส่งของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติแต่ละฉบับมาตามลำดับ งานที่ดำเนินการครอบคลุมถึงโครงการใหม่ อาทิ งานก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง งานก่อสร้างเพิ่มมาตรฐานทางหลวงให้เป็น 4 ช่องจราจร หรือมากกว่างานบูรณะและปรับปรุงทางลาดยางเดิม งานก่อสร้างทางลาดยาง งานมาตรฐานงานก่อสร้างทางแนวใหม่ งานก่อสร้างทางแยกต่างระดับและสะพานลอย ตลอดจนงานอำนวยความปลอดภัย อันเป็นภารกิจหลักที่กรมทางหลวงมุ่งที่จะพัฒนาให้สมบูรณ์เป็นไปตามแผนงาน และให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาของกรมทางหลวง

จากการศึกษาความเหมาะสมทางด้านเศรษฐกิจ วิศวกรรม และผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการก่อสร้างทางแนวใหม่ สาย เลี่ยงเมืองร้องกวาง ทางหลวงหมายเลข 101 ที่เป็นทางสายหลักสำคัญต่อการเชื่อมต่อระบบการเดินทางและการขนส่งของจังหวัดในภาคเหนือและระหว่างภูมิภาคของประเทศตลอดทั้งจะเป็นเส้นทางหลวงสำคัญที่ใช้ในการเดินทางและการขนส่งสินค้าไปยัง สปป.ลาว และกลุ่มอาเซียน แต่ด้วยกายภาพของทางหลวงหมายเลข 101ช่วงก่อนเข้าตัวเมืองอำเภอร้องกวาง มีขนาด 4 ช่องจราจร

ลักษณะของโครงข่ายทางหลวงประสบปัญหาด้านจราจรและขนส่งที่เรียกว่า ปัญหาคอขวด (tleneck) และก่อให้เกิดสภาพการจราจรในช่วงที่ผ่านตัวเมืองอำเภอการชะลอและติดขัดบริเวณทางแยกโดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วน มีแนวโน้มปัญหาการจราจรดังกล่าวนี้จะเพิ่มความรุนแรงมากขึ้นในอนาคตหากไม่ได้รับการแก้ไข

ทั้งนี้แนวทางการแก้ไขปัญหาการจราจรบนทางหลวงหมายเลข 101 ผ่านตัวเมืองอำเภอร้องกวางจึงจำเป็นในการแยกปริมาณการจราจรที่ต้องการเดินทางเข้าตัวอำเภอร้องกวางกับการเดินทางที่ต้องการเดินทางผ่านทางหลวงหมายเลข 101 ช่วงผ่านตัวเมืองอำเภอร้องกวาง ดังนั้นกรมทางหลวงมีแผนการพัฒนาทางหลวงให้เป็นไปตามแผนงาน โดยเฉพาะโครงการสำรวจและออกแบบทางหลวง 4 ช่องจราจร ทางเลี่ยงเมืองร้องกวาง จังหวัดแพร่ ซึ่งเป็นหนึ่งในแผนการพัฒนาของกรมทางหลวง โดย ได้ดำเนินการจัดประชุมจำนวน 2 ครั้ง คือ 1. การประชุมปฐมนิเทศโครงการ (สัมมนาครั้งที่ 2) เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2563 และ 2) การประชุมเพื่อชี้แจงและพิจารณารูปแบบทางแยกของโครงการ(กลุ่มย่อยครั้งที่ 2. วันที่ 12 พฤศจิกายน 2563 ไปแล้วนั้น

สำหรับการประชุมในวันนี้ เป็นการประชุมสรุปผลคัดเลือกรูปแบบที่เหมาะสมของโครงการ (สัมมนาครั้งที่ 2) เพื่อนำเสนอสรุปผลรูปแบบทางเลือกที่เหมาะสม พร้อมทั้งรับฟัง

ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อนำไปใช้ประกอบการปรับปรุงรูปแบบของโครงการให้มีความเหมาะสมในขั้นตอนต่อไปเพื่อให้การประชุมในวันนี้บรรลุตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ กระผมขอเรียนเชิญท่าน

นายสุรพล วงศ์สุขพิศาล ปลัดจังหวัดแพร่ประธานการประชุมกล่าวว่าการประชุมครั้งนี้มีความสำคัญขอให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้ตั้งใจรับฟัง การก่อสร้างถนนเลี่ยงจะสร้างความเจริญด้านคมนาคมแต่ต้องมีผู้ได้รับผลกระทบตามมาหลีกเลี่ยงไม่ได้ขอให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้ร่วมกันหาแนวทางต่อไป

จากนั่นวิศวกรผู้รับผิดชอบโครงการได้นำเสนอผลของการศึกษาจากการสัมมนาครั้งที่ผ่านมา โดยสาระสำคัญส่วนใหญ่จะเป็นการสนับสนุนให้การก่อสร้างตามรูปแบบที่ 1

หลังสิ้นสุดการสัมมนา นายมรกต กาบบัว กำนันตำบลทุ่งศรี และผู้นำท้องถิ่น ต.ร้องกวาง ต.ร้องเข็ม ได้ขอฝากผู้สื่อข่าวเป็นสื่อกลางนำเรื่องนี้เสนอข่าวเพื่อให้ทางรัฐบาลทบทวนเส้นที่กรมทางหลวงระบุมาคือรูปแบบที่ 1

โดยนายมรกต กาบบัว กล่าวว่า กรมทางหลวงไม่ให้ความเป็นธรรมกับชาวบ้านในเขต ต.ทุ่งศรี ต.ร้องเข็ม ต.ร้องกวาง โดยกรมทางหลวงเลือกเอารูปแบบที่ 1 และไม่เป็นไปตามมติของท้องถิ่นที่ได้ประชุมกันไปแล้วเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2561 โดยนายสหวิช  อภิชัยวิศรุตกุล   นายอำเภอร้องกวางเป็นประธานที่ประชุมฯ ตามมีคำสั่งของท่านผู้ว่าพงศ์รัตน์  ภิรมย์รัตน์ สั่งให้จัดประชุมฯ  หนังสือเชิญประชุมฯลงวันที่ 7 สิงหาคม 2561ได้มีชาวบ้านทุกตำบลที่มีส่วนได้เสีย มาครบทุกตำบลและลงมติในที่ประชุมฯประชาชนลงมติไปแล้วคือเลือกรูปแบบที่ 4  ถ้าเลือกรูปแบบที่1จะทำให้วิถีชีวิตของชาวบ้าน 3 ตำบลได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน เนื่องจากถนนที่สร้างจะไม่ผ่านในเขต 3 ตำบลนี้ ในการประชุมวันนี้ผู้มาประชุมในวันนี้จะเป็นผู้ได้รับผลประโยชน์เป็นส่วนใหญ่ ผู้มีส่วนเสียหรือผู้ที่ได้รับผลกระทบก็ไม่ได้รับเชิญมา เชิญแต่ผู้สนับสนุนมา การประชุมสัมมนาเสมือนเป็นแค่พิธีกรรมให้ครบกระบวนการกรมทางหลวงได้ตั้งธงมาแล้วจะเลือกรูปแบบที่ 1 ประชาชนที่มาแต่ละครั้งเบื่อหน่าย ไขว้เขว เสียเวลาทำมาหากิน รู้อยู่แล้วว่ามาประชุมไม่ได้อะไรขึ้นมาทางการไม่ได้รับฟังอะไรเลย  ตนจึงขอให้รัฐบาลได้พิจารณาทบทวน พวกตนไม่ได้คัดค้านการสร้างถนนเลี่ยงเมืองแต่ขอให้ทบทวนความเดือดร้อนของชาวบ้าน ต.ทุ่งศรี ต.ร้องเข็ม และ ต.ร้องกวางด้วย