ผู้สมัคร สส. จังหวัดแพร่ทั้ง 3 เขตเลือกตั้ง ประกอบด้วย นางภูวษา สินธุวงศ์ เขต 1 , นายแพทย์ นิยม วิวรรธนดิฐกุล เขต 2 และ นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล เขต 3 เบอร์ 2 ทั้ง 3 เขต เปิดเวทีปราศรัย ณ สนามหลวง (สวนสุขภาพเฉลิมพระเกียรติ ร.9) พื้นที่ตำบลในเวียง อำเภอเมืองแพร่ ชี้แจงนโยบายของพรรค พร้อมขอคะแนนเสียงจากพี่น้องประชาชน โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนมาร่วมฟังการปราศรัยจำนวนมาก

นายวรวัจน์ ได้ปราศรัยย้ำถึงเรื่องปัญหาหนี้สิน ที่ชาวแพร่ส่วนใหญ่ต้องเผชิญ ทั้งหนี้ในและนอกระบบ ทำให้หลายครอบครัวต้องใช้ชีวิตด้วยความยากลำบาก ซึ่งพรรคเพื่อไทยมีนโยบายล้างหนี้ให้กับประชาชน ไม่ว่าจะเป็นหนี้เกษตรกร หนี้ผู้สูงอายุ หนี้เอสเอ็มอี รวมไปถึงหนี้ของครู ข้าราชการทั่วไป และ หนี้กยศ. โดยจะเข้ามาปลดหนี้ เพื่อช่วยลดภาระให้กับประชาชน เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับทุกครัวเรือน และให้เศรษฐกิจกลับมาหมุนเวียนได้อีกครั้ง

นายนิยม ชี้แจงถึงนโยบายของพรรคที่จะมาช่วยเหลือภาคการเกษตรว่า จะช่วยให้เกษตรกรมีผลผลิตที่มีคุณภาพ ขายได้ราคา โดยจะแจกคูปองซื้อปุ๋ยและเมล็ดพันธุ์ให้เกษตรกร เป็นคูปองดิจิทัล เพื่อซื้อปุ๋ยถูกสูตรไม่เกิน 250 กก. ต่อราย และคูปองซื้อเมล็ดพันธุ์คุณภาพ 150 กก. ต่อราย และรัฐจะส่งคนไปตรวจคุณภาพดินที่สวนของเกษตรกร เพื่อดูว่าขาดแร่ธาตุอะไรบ้าง เพื่อปรับปรุงให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพมากขึ้น นอกจากนี้ ยังมีนโยบายประกันกำไรสินค้าเกษตร 30% ที่จะสร้างหลักประกันรายได้ให้กับเกษตรกร มั่นใจได้ว่า การทำเกษตรจะไม่ขาดทุนอีกต่อไป และมีเป้าหมายดันราคาข้าวให้เพิ่มขึ้น โดยดันราคาให้ข้าวเหนียว 10,000 บาท/ตัน และข้าวหอมมะลิ 15,000 บาท/ตัน

ขณะเดียวกัน ก็จะเดินหน้าแก้ปัญหาเรื่องคนทับป่า–ป่าทับคน อย่างจริงจัง โดยจะใช้กลไก “วันแมป แผนที่เดียวทั้งประเทศ” เพื่อยืนยันสิทธิการทำกินของประชาชน และแก้ไขปัญหาที่ดินอย่างเป็นธรรม แก้ปัญหาที่ดินทับซ้อนและเปลี่ยน ส.ป.ก. เป็นโฉนด ตามเงื่อนไขของกฎหมาย เพื่อให้เกษตรกรมีหลักประกันความมั่นคง

นางภูวษา ขึ้นเวทีย้ำว่า พรรคเพื่อไทยจะเดินหน้าประกาศสงครามกับความยากจน ผ่านนโยบาย “คนไทยไร้จน” เพื่อช่วยเหลือผู้ที่มีรายได้น้อย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ คนตกงาน หรือคนธรรมดาทั่วไป ที่มีรายได้ไม่ถึง 3,000 บาทต่อเดือน หรือ มีรายได้ไม่ถึง 100 บาทต่อวัน รัฐจะเติมเงินเข้าไปทันทีให้ครบ 3,000 บาทต่อเดือน เพื่อให้ก้าวข้ามเส้นความยากจน คืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และเข้าถึงโอกาสทางเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ พรรคเพื่อไทยยังมีแนวคิดกระตุ้นเศรษฐกิจ เร่งการจับจ่ายใช้สอย ด้วยนโยบาย “ยิ่งกว่าพลัส 70:30” คือ รัฐบาลช่วยจ่าย 70% และประชาชนจ่ายเพียง 30% ซึ่งจะทำให้ภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน ลดลงทันที เกิดการผลิตสินค้า วัถุดิบ เกิดการจ้างงาน ร้านค้าขนาดเล็กจะมีลูกค้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีเงินหมุนเวียนเข้าสู่ชุมชนได้อย่างแท้จริง และรัฐได้ภาษีมูลค่าเพิ่มกลับคืนด้วย

ในช่วงท้ายของการปราศรัย ผู้สมัคร สส. ทั้ง 3 เขต ยังเชิญชวนประชาชนมาร่วมฟังการปราศรัยของแกนนำพรรคเพื่อไทย นำโดยนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ที่จะยกทัพใหญ่มาพบปะกับชาวจังหวัดแพร่ และนำเสนอนโยบายของพรรค ที่สามารถทำได้จริง และทำได้ทันที ซึ่งการปราศรัยใหญ่จะมีขึ้นในวันที่ 29 มกราคมนี้ ณ สนามกีฬากลางองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่




























