เมื่อวันที่ 24 ก.ค.69 ผู้สมัคร สส. จังหวัดแพร่ ประกอบด้วย นางภูวษา สินธุวงศ์ ผู้สมัคร สส. จังหวัดแพร่ เขต 1 เบอร์ 2 นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ผู้สมัคร สส. จังหวัดแพร่ เขต 3 เบอร์ 2 เปิดเวทีปราศรัย ที่ บ้านผาสุก ต.เวียงทอง อ.สูงเม่น พื้นที่ หมู่ 1 ต.สบสาย อ.สูงเม่น และ ที่ สนามกีฬา อบต.กาญจนา ต.กาญจนา อ.เมืองแพร่ เพื่อชี้แจงนโยบายของพรรค พร้อมขอคะแนนเสียงจากพี่น้องประชาชน โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนมาร่วมฟังการปราศรัยจำนวนมาก

ในการปราศรัยได้ย้ำถึงเรื่องปัญหาหนี้สิน ที่ชาวแพร่ส่วนใหญ่ต้องเผชิญ ทั้งหนี้ในและนอกระบบ ทำให้หลายครอบครัวต้องใช้ชีวิตด้วยความยากลำบาก ซึ่งพรรคเพื่อไทยมีนโยบายล้างหนี้ให้กับประชาชน ไม่ว่าจะเป็นหนี้เกษตรกร หนี้ผู้สูงอายุ หนี้เอสเอ็มอี รวมไปถึงหนี้ของครู ข้าราชการทั่วไป และ หนี้กยศ. โดยจะเข้ามาปลดหนี้ เพื่อช่วยลดภาระให้กับประชาชน เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับทุกครัวเรือน และให้เศรษฐกิจกลับมาหมุนเวียนได้อีกครั้ง


ส่วนภาคการเกษตรว่า พรรคเพื่อไทย มีนโยบาย จะช่วยให้เกษตรกรมีผลผลิตที่มีคุณภาพ ขายได้ราคา โดยจะแจกคูปองซื้อปุ๋ยและเมล็ดพันธุ์ให้เกษตรกร เป็นคูปองดิจิทัล เพื่อซื้อปุ๋ยถูกสูตรไม่เกิน 250 กก. ต่อราย และคูปองซื้อเมล็ดพันธุ์คุณภาพ 150 กก. ต่อราย และรัฐจะส่งคนไปตรวจคุณภาพดินที่สวนของเกษตรกร เพื่อดูว่าขาดแร่ธาตุอะไรบ้าง เพื่อปรับปรุงให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพมากขึ้น นอกจากนี้ ยังมีนโยบายประกันกำไรสินค้าเกษตร 30% ที่จะสร้างหลักประกันรายได้ให้กับเกษตรกร มั่นใจได้ว่า การทำเกษตรจะไม่ขาดทุนอีกต่อไป และมีเป้าหมายดันราคาข้าวให้เพิ่มขึ้น โดยดันราคาให้ข้าวเหนียว 10,000 บาท/ตัน และข้าวหอมมะลิ 15,000 บาท/ตัน












ขณะเดียวกัน ก็จะเดินหน้าแก้ปัญหาเรื่องคนทับป่า–ป่าทับคน อย่างจริงจัง โดยจะใช้กลไก “วันแมป แผนที่เดียวทั้งประเทศ” เพื่อยืนยันสิทธิการทำกินของประชาชน และแก้ไขปัญหาที่ดินอย่างเป็นธรรม แก้ปัญหาที่ดินทับซ้อนและเปลี่ยน ส.ป.ก. เป็นโฉนด ตามเงื่อนไขของกฎหมาย เพื่อให้เกษตรกรมีหลักประกันความมั่นคง


นอกจากนั้น พรรคเพื่อไทยจะเดินหน้าประกาศสงครามกับความยากจน ผ่านนโยบาย “คนไทยไร้จน” เพื่อช่วยเหลือผู้ที่มีรายได้น้อย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ คนตกงาน หรือคนธรรมดาทั่วไป ที่มีรายได้ไม่ถึง 3,000 บาทต่อเดือน หรือ มีรายได้ไม่ถึง 100 บาทต่อวัน รัฐจะเติมเงินเข้าไปทันทีให้ครบ 3,000 บาทต่อเดือน เพื่อให้ก้าวข้ามเส้นความยากจน คืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และเข้าถึงโอกาสทางเศรษฐกิจ


ส่วนการกระตุ้นเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทยยังมีแนวคิดเร่งการจับจ่ายใช้สอย ด้วยนโยบาย “ยิ่งกว่าพลัส 70:30” คือ รัฐบาลช่วยจ่าย 70% และประชาชนจ่ายเพียง 30% ซึ่งจะทำให้ภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน ลดลงทันที เกิดการผลิตสินค้า วัตถุดิบ เกิดการจ้างงาน ร้านค้าขนาดเล็กจะมีลูกค้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีเงินหมุนเวียนเข้าสู่ชุมชนได้อย่างแท้จริง และรัฐได้ภาษีมูลค่าเพิ่มกลับคืนด้วย










และนโยบายใหม่ล่าสุด นโยบาย “รวยทุกวัน เงินล้าน 9 คน” หรือที่สื่อเรียกว่า “หวยใบเสร็จ” เป็นนโยบายใหม่ล่าสุดที่พรรคเพื่อไทยเปิดตัว โดยเป้าหมายหลักของนโยบายนี้คือการ “จูงใจให้คนเข้าสู่ระบบภาษีและฐานข้อมูลดิจิทัลของรัฐ” แทนการใช้กฎหมายบังคับ โดยใช้อินเซนทีฟเป็นเงินรางวัล 1 ล้านบาท แจกทุกวัน รวมวันละ 9 ล้านบาท โดยกลุ่ม ผู้ที่มีสิทธิลุ้นรับเงินล้านออกเป็นกลุ่มๆ เพื่อให้ครอบคลุมประชาชนทุกภาคส่วน กลุ่มเกษตรกรฐานราก: ที่มีการขึ้นทะเบียนเกษตรกร/ กลุ่มอาสาสมัคร/ผู้ทำงานสาธารณประโยชน์: เช่น อสม., กู้ภัย, ชรบ. หรือทหารผ่านศึก/ กลุ่มผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียง: เพื่อเป็นการดูแลกลุ่มเปราะบาง/กลุ่มผู้ยื่นภาษีเงินได้: เพื่อจูงใจให้คนรายงานรายได้เข้าสู่ระบบภาษี และ กลุ่มประชาชนทั่วไปที่จับจ่ายใช้สอย (5 รางวัล): กลุ่มนี้จะใช้ “ใบเสร็จ” จากการซื้อสินค้าและบริการ (ตั้งแต่ห้างใหญ่ไปจนถึงร้านรถเข็น/สตรีทฟู้ด) มาเป็นสิทธิในการลุ้นรางวัล โดยไม่จำกัดยอดซื้อขั้นต่ำ เพื่อดึงเศรษฐกิจนอกระบบ ต้องการให้ร้านค้าและประชาชนหันมาใช้ระบบใบเสร็จดิจิทัล เพื่อให้รัฐเห็นเม็ดเงินที่หมุนเวียนจริงในเศรษฐกิจของไทย

ในช่วงท้ายของการปราศรัย นายวรวัจน์ และ นางภูวษาฯ ยังเชิญชวนพี่น้องประชาชนมาร่วมฟังการปราศรัยของแกนนำพรรคเพื่อไทย นำโดยนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ที่จะยกทัพใหญ่มาพบปะกับชาวจังหวัดแพร่ และนำเสนอนโยบายของพรรค ที่สามารถทำได้จริง และทำได้ทันที ซึ่งการปราศรัยใหญ่จะมีขึ้นในวันที่ 29 มกราคมนี้ ณ สนามกีฬากลางองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ เพื่อแสดงพลังว่าคนแพร่ ต้องการให้ นายยศชนันฯ เป็นนายกรัฐมนตรี และพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล เพื่อผลักดันนโยบายต่างๆ ได้เกิดขึ้นกับประชาชนชาวแพร่ และชาวไทยทุกคน
































