ภาคเอกและตัวแทนประชาชนชาวแพร่ รวมตัวยื่นหนังสือหน้าห้องผู้ว่าฯ สกัด ขอให้ผู้เกี่ยวข้องพิจารณาปรับลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งจะปรับขึ้น 100% ในเดือนเมษายน 2565 โดยให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้จัดเก็บ

เมื่อเวลา 13.10 น. วันที่ 18 เมษายน 2565 ที่ห้องผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ ชั้น 5 ศาลากลาง จ.แพร่ นายเอกชัย วงศ์วรกุล ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดแพร่ นางเสาวลักษณ์ วิสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว นายปัญจพล ประสิทธิโศภิน ประธานกรรมการหอการค้าจังหวัดแพร่ นายกฤตานนท์ ถนอมทรัพย์ทวี ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดแพร่ ได้เดินทางไปยืนหนังสือถึง นายสมหวัง พ่วงบางโพ ผวจ.แพร่ และ นายโชคชัย พนมขวัญ นายกเทศมนตรีเมืองแพร่ เพื่อขอให้ผู้เกี่ยวข้อง พิจารณาปรับลด ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งจะปรับขึ้นเป็น 100% โดยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้จัดเก็บ

นายสมหวัง พ่วงบางโพ ผวจ.แพร่ ได้กล่าวว่าเมื่อผู้ว่าฯได้รับหนังสือร้องเรียนดังกล่าวแล้วก็จะลงนามส่งต่อถึงผู้บังคับบัญชาที่อยู่ในส่วนกลางเพื่อจะส่งหนังสือต่อรัฐบาล ให้ทราบถึงสิ่งที่ตัวแทนผู้ยื่นหนังสือต้องการเพื่อให้หน่อยเหนือหรือผู้ที่มีอำนาจหน้าที่พิจารณาเพื่อความเหมาะสมต่อไป

นายเอกชัย กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลได้ออกพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ปี 2562 และเริ่มใช้มาเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ใน 2 ปีแรก มีการเรียกเก็บเพียง 10% ของภาษี แต่ในปัจจุบันรัฐบาล สั่งให้องค์กรปกครองท้องถิ่นจัดเก็บ 100 % สภาวัฒนธรรมจังหวัดแพร่ หอการค้าจังหวัดแพร่ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยงจังหวัดแพร่ สภาอุตสาหกรรมจังหวัดแพร่ ในฐานะตัวแทนภาคเอกชนจังหวัดแพร่ และประชาชนชาวแพร่ ได้รับความเดือดร้อนจากการปรับภาษีในครั้งนี้เป็นอย่างมาก เพราะสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน ที่ตกต่ำเพราะสภาวะโควิด-19 รวมถึงสถานการณ์การรบระหว่างรัสเซียและยูเครน ซึ่งเป็นปัญหาที่ซ้ำเติมให้กับผู้ประกอบการและชาวบ้านที่ไม่มีรายได้ เป็นที่ทราบกันดีว่าการจะประคองให้ธุรกิจให้อยู่ได้ก็ไม่สามารถทำได้อยู่แล้ว ในทางตรงข้ามกับถูกซ้ำเติมด้วยการต้องมาชำระภาษีทรัพย์สิน ที่มีข้อบกพร่องมากมาย

ในนามของผู้ได้รับความเดือดร้อน ภาคีเครือข่าย รวมถึงภาคประชาชน จึงเรียกร้องให้รัฐบาล ชะลอการเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 100 % โดยเร่งดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่องของ พรบ. ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง โดยเร็วและให้ประกาศการเก็บภาษที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในอัตราเดิม(10%)ไปก่อนจนกว่าจะมีการแก้ไข พรบ.ฯ ให้เกิดความเป็นธรรม และสถานการณ์ของเศรษฐกิจจะดีขึ้นในส่วนรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ขาดไป รัฐบาลต้องหารายได้มาชดเชยเพื่อองค์กรปกครองท้องถิ่นจะได้ทำงานดูแลช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ได้อย่างต่อเนื่อง จึงเรียนมาเพื่อดำเนินการแก้ไขโดยด่วนที่สุด เพราะกำหนดการชำระหากไม่มีการขยาย จะต้องชำระให้แล้วเสร็จในเดือนเมษายน 2565 นี้ จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา นายเอกชัยฯ กล่าวปิดท้าย.

ทางด้านนายโชคชัย พนมขวัญ นายกเทศมนตรีเมืองแพร่ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่าในฐานะที่ต้องทำการจัดเก็บภาษีท้องถิ่น ตนมองว่าพรบ.ฉบับนี้ก็มีเจตนาดีเพื่อจะให้ท้องถิ่นมีรายได้ แต่ว่ายังขาดความละเอียดในเรื่องของตัวกฎหมาย ซึ่งทางเทศบาลก็มีความลำบากใจที่จะต้องบังคับใช้กฎหมายกับทางพี่น้องประชาชนก็อยากจะให้ทางรัฐบาลพิจารณาแก้กฎหมายให้สอดคล้องกับความเป็นจริง ซึ่งเรื่องนี้ทางเทศบาลพยายามเรียกร้องไปทางรัฐบาล ถึงรายได้จะลดลงไป แต่เราก็อยากจะพึ่งพาทางรัฐบาลให้ช่วยจัดสรรงบประมาณมาเพิ่มเติมแก่ทางเทศบาลและวันนี้เมื่อได้รับหนังสือร้องเรียนจากภาคเอกชนและประชาชนก็จะนำเสนอแก่ผู้มีอำนาจต่อไป.
















