เมื่อวันที่ 18 พ.ค.69 เวลา 09.00 น. เทศบาลเมืองแพร่ จัดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เพื่อจัดทำแนวทางและประเด็นการพัฒนาเทศบาลเมืองแพร่ (2571-2575) ภายใต้โครงการจัดทำแผนพัฒนาเทศบาลเมืองแพร่ (2566-2570) และทบทวนแผนพัฒนาเทศบาลเมืองแพร่ การสัมมนาในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายสุริยา อินต๊ะนอน นายกเทศมนตรีเมืองแพร่ เป็นประธานเปิดงาน พร้อมนำคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาลเมืองแพร่ ประธานชุมชน และประชาชนในเขตเทศบาลเมืองแพร่ เข้าร่วมขับเคลื่อนโครงการรวมกว่า 130 คน ณ ห้องประชุมอำเภอเมืองแพร่ ต.ในเวียง อ.เมืองแพร่ จ.แพร่

วัตถุประสงค์ของการจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ ครั้งนี้ เพื่อเป็นการสร้างความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาเมืองแพร่ในอนาคต พร้อมทั้งร่วมสะท้อนปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ในการดำเนินงานของคณะผู้บริหารชุดปัจจุบัน นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมโครงการทุกคนได้แสดงความคิดเห็นและเสนอแนะแนวทาง เพื่อนำข้อมูลไปวิเคราะห์และกำหนดทิศทางการพัฒนาเทศบาลเมืองแพร่ ให้ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง ซึ่งในการพูดคุยกันในวันนี้มีหัวเรื่อง น้ำคือเน่าเสียส่งกลิ่นเหม็น ซึ่งเป็นประเด็นที่ชาวบ้านให้ความสนใจ เพระมีการร้องเรียนผ่านเพจจนเป็นดราม่า จึงนำมาพูดคุยในครั้งนี้ด้วย

โดย นายสุริยาฯ เผยว่า สำหรับการสัมมนาวันนี้ เราก็ได้มีการปรึกษาหารือในเรื่องการลอกรื้อลำน้ำคือ หรือคูเมืองของเทศบาลแพร่ เนื่องจากการที่หลายๆเพจ ได้ลงโพส เรื่องเกี่ยวกับการลอกรื้อคูเมือง หรือน้ำคือ ซึ่งทางเทศบาลของแพร่ ร่วมกับทาง อบจ.แพร่ โดยเทศบาลแพร่ได้ตั้งงบประมาณเป็นค่าน้ำมันเชื้อเพลิงไว้ 300,000 บาท เพื่อเติมน้ำมันให้กับเครื่องจักรของ อบจ.แพร่ ในการดำเนินการลอกรื้อคูเมือง แต่เนื่องจากระหว่างการทำงานก็มีคนร้องเรียนไปที่กรมศิลปากรที่ 7 และ ส่วนกลางว่า ทางเทศบาลแพร่ได้ทางการลอกรื้อในครั้งนี้ ว่าผิดวัตถุประสงค์เหมือนกับเป็นการไปทำลายโบราณสถาน

ซึ่งแท้ที่จริงแล้วการที่เราลอกรื้อเราไม่ได้กระทบในส่วนของโครงสร้างใดใด เชื่อ อิฐ ปูน หรือถนนและสิ่งก่อสร้างใดใดเลย เป็นการลอกรื้อ เอาโคลนเอาตม ที่อยู่ด้านล่างเฉพาะผิวโคลนตมออกไปทิ้ง เนื่องจากเนื่องจากว่าคูเมืองดังกล่าวไม่มีการลอกลื้อประมาณ 40 กว่ากว่าปี ทำให้สิ่งปฏิกูลหรือของเน่าเหม็นจากอาคารบ้านเรือนไหลลงสู่คูเมือง ทำให้มีความหนาอยู่ประมาณ 1.20 เมตร ทางเทศบาลแพร่ จึงได้ทำการลอกรื้อออกไปทิ้ง ซึ่งเราก็ได้ขอไปทางกรมศิลปากร และทางกรมธนารักษ์ อย่างถูกต้อง และมีการทำประชาคมเมืองเป็นที่เรียบร้อยแล้วหลายครั้ง เราทำการขุดลอกจนเหลืออยู่ประมาณ 100 เมตร ที่ยังไม่ได้ดำเนินการ

ต่อมาก็มีหนังสือว่ามีการแจ้งความดำเนินคดีกับทางเทศบาลแพร่ โดยกล่าวหาว่าทางเราผิดเงื่อนไขต่างๆนานาในข้อระเบียบข้อกฎหมายของกรมศิลปากรว่าเราไปบุกรุก คือใช้กฎหมายข้อนี้ เขียนมาทั้งหมด ทางเทศบาลเมืองแพร่ ขอยืนยันว่า เราแค่รอกรื้อโคลตมหน้าดินออกเท่านั้น และนอกจากนั้นยังมีการร้องเรียนอยู่อย่างต่อเนื่อง ทางเทสบาลเมืองแพร่ จึงหยุดการดำเนินการ และขอชี้แจงให้พ่อแม่พี่น้องทราบว่า แนวทางต่อไปของเทศบาลเมืองแพรื คือ เรื่องน้ำเน่าเดี๋ยวปลายเดือนนี้จะมีการสูบออกทั้งหมดจากนั้น จะผันน้ำจากแม่น้ำยม เข้ามาทางบ้านกวาว แล้วก็ผ่านท่อระบายน้ำเข้ามาสู่คูเมืองอีกครั้ง และจะไล่น้ำเสียออกให้หมด จากนั้นเราก็จะปิดโดยไม่ให้น้ำเน่าจากในตัวเมืองไหลเข้าสู่คูเมือง จากนั้นก็จะทำการปล่อยปลา และคืนสภาพทั้งหมดให้กับทางกรมศิลปากรเป็นผู้ดูแลต่อไป ไม่ว่าจะเป็นทางด้านของกำแพงเมืองและคูเมืองทั้งหมด นายสุริยาฯ กล่าวปิดท้าย.


























