สจ.โอ โต้กลับทันควัน รุดแจ้งความถูกเพจข่าวบิดเบือนข้อมูลปมหนี้สินทำเสียชื่อเสียง เตือนการเอาการเมืองมาบิดเบือนโจมตี อาจเข้าข้อกฎหมายได้

8
0
- ผู้สนับสนุนแพร่ข่าว -

เมื่อวันที่ 17 ก.พ.69 เวลาประมาณ 17.27 น. นางกุลชา บัญสว่าง อายุ 45 ปี เดินทางเข้าพบ พ.ต.ต.สันติ ขุนชุ่ม สารวัตร (สอบสวน) สภ.ลอง พนักงานสอบสวน สภ.ลอง จ.แพร่ เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน หลังพบว่ามีการเผยแพร่ข้อมูลที่บิดเบือนและสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงในโลกออนไลน์

นางกุลชา ให้ข้อมูลว่า วันที่ 17 กพ.69 ได้เปิดเฟซบุ๊ก พบโพสต์ในกลุ่ม “ข่าวสารวังชิ้นบ้านเรา” ซึ่งมีการแชร์ข้อมูลจากเพจที่ใช้ชื่อว่า “สำนักข่าวราชการ” โดยเนื้อหาในโพสต์กล่าวอ้างว่า มีกลุ่มเจ้าหนี้ซึ่งเป็นชาวบ้าน พ่อค้าแม่ค้า และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ติดตามทวงถามหนี้สินรวมมูลค่ากว่า 200,000 บาท นอกจากนี้ ในโพสต์ดังกล่าวยังระบุเจาะจงว่า “สจ.รายนี้ก่อหนี้ตั้งแต่ปี 2565 จนถึงปัจจุบันยังไม่คืนเงินกว่า 80,000 บาท” ซึ่งทางตนเอง เห็นว่าการนำเสนอข้อมูลดังกล่าวเป็นการกล่าวหาที่ไม่เป็นความจริง และทำให้ตนเองได้รับความเสียหายอย่างหนักในฐานะบุคคลสาธารณะ

เบื้องต้น พ.ต.ต.สันติ ขุนชุ่ม สารวัตร (สอบสวน) สภ.ลอง ได้รับแจ้งความและลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานเรียบร้อยแล้ว โดยทางผู้แจ้งยืนยันจะดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย กับผู้ที่เกี่ยวข้องในการนำเสนอข้อมูลเท็จนี้อย่างถึงที่สุด

นางกุลชาฯ เผยกับผู้สื่อข่าวว่า สำหรับข้อเท็จจริงดังกล่าว เรื่องสลากกินแบ่งรัฐบาล ตนเองได้ดำเนินการไกล่เกลี่ยตามหนังสือจาก ศูนย์ดำรงธรรมที่พร0618/266แล้ว และวันนั้นตนเดินทางไปที่ว่าการอำเภอวังชิ้น พบว่ามีนักข่าว จำนวน 3 คน เข้ามาในอำเภอสถานที่ไกล่เกลี่ย ตนเองจึงสอบถามพี่ๆนักข่าวที่พบว่า มาทำอะไรกัน หนึ่งใน 3 คน กลับตอบตนว่าสจ.ยังไม่รู้ตัวอีกหรือว่าทำอะไรผิด และขยั้นขยอให้ตนตอบว่าทำอะไร ตนไม่ตอบและเลี่ยงเดินไปที่ห้องศูนย์ดำรงค์ธรรม และทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งให้ตนทราบว่ามันผิดหลักเกณฑ์ของการไกล่เกลี่ยซึ่งการไกล่เกลี่ยเป็นเรื่องของ 2 ฝ่ายจะตกลงกัน จึงขอให้ตนเองกลับไปก่อน และนัดให้ตนมาไกล่เกลี่ยและจ่ายกันในวันที่ 18 ก.พ.69 ในส่วนของหนี้ที่ตนเองมี ก็เป็นหนี้ของกองทุนหมู่บ้านที่ตนเองกู้ยืม ตนเองก็ใช้หนี้ตามระบบ ตามปกติหากผ่อนผันก็จ่ายดอกเบี้ยตามที่กฎหมายกำหนด ไม่ได้มีปัญหาหรือไม่จ่าย เป็นเรื่องปกติที่สามารถตรวจสอบได้

ส่วนกรณีที่บิดเบือนว่าตนเป็นหนี้ ชาวบ้าน พ่อค้าแม่ค้า และผู้บริหารท้องถิ่น ต่างๆ เป็นเงิน 200,000 บาท และ 80,000 บาท นั้น ไม่เป็นเรื่องจริงเลยและ หนี้ชมรมสตรีอำเภอวังชิ้น ที่ใส่ร้ายว่าตนเองมีปัญหา ขอยืนยันว่า ตนเองไม่ส่วนเกี่ยวข้อง หรือเป็นคณะกรรมการชมรมสตรีอำเภอวังชิ้นแต่อย่างใด แต่ในข่าวกลับเอามาโจมตี ตนจึงขอปกป้องสิทธิ์ของตนเอง

ตนเองวอนขอสื่อมวลชน ที่นำเสนอข่าว อย่าเอาการเมืองหรือพรรคการเมืองมาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ และผู้สื่อข่าวใช้ประเด็นในการโจมตีตนเอง เนื่องจากทราบข่าวว่า อาจจะมีการเลือกตั้งใหม่ ทั้งสนามอบต.และการเมืองระดับชาติ ในอนาคต จึงเอาตนเองมาเป็นเครื่องมือในการโจมตีคู่แข่งดังกล่าว ซึ่งตนเองยืนยันว่าจะสู้ด้วยกฎหมาย อย่างถึงที่สุด นางกุลชาฯ กล่าวปิดท้าย