


เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2568 ที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตแพร่ หรือ มจร. วิทยาเขตแพร่ พระราชเขมากร,รศ.ดร. รองอธิการบดี วิทยาเขตแพร่ พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ นิสิต ศิษย์เก่า จัดงานถวายทานสลากภัต ประจำปี 2568 โดยมีการแสดงพระธรรมเทศนาพื้นเมือง เรื่อง “อานิสงส์การถวายทานสลากภัต” ประกอบพิธีเวนตาน พระสงฆ์ 4 รูปประกอบพิธีอุปโลกน์เส้นตานสลากภัต ถวายเส้นสลาภภัตแด่พระภิกษุ และสามเณร หรือที่เรียกว่า เส้นสลากออก ซึ่งรายได้ทั้งหมดได้นำไปสมทบกองทุนการศึกษาและภัตตาหาร แด่นิสิต มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตแพร่



การถวายทานสลากภัต เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาวเหนือ หรือจะเรียกว่า “กิ๋นสลาก” ซึ่งส่วนใหญ่เน้นงานบุญ เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับบรรพบุรุษและญาติมิตรที่ล่วงลับไปแล้ว ทั้งบูรพาจารย์ บรรพบุรุษ ปู่ ย่า ตา ยาย พ่อ แม่ ลุง ป้า น้า อา ที่ล่วงลับไปแล้ว ได้มารับผลบุญกุศลที่อุทิศถวาย ซึ่งมีลักษณะต่างๆ ทั้ง ก๋วยสลาก ต้นสลาก หรือเป็นแบบสังฆทาน แบบหม้อ นอกจากอุทิศให้ผู้ตายแล้ว ยังเป็นการทำทานให้กับผู้ยากไร้ โดยการแจกจ่ายข้าวของเครื่องใช้ในก๋วยสลากที่เหลือแก่ผู้มารอรับ



สำหรับความเป็นมาของประเพณีทานสลากภัต ที่มาในพุทธประวัติ คือ นางยักษิณีตนหนึ่งเคยเป็นผู้เบียดเบียนผู้คน แต่หลังจากได้ฟังพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า ก็เกิดความเลื่อมใสศรัทธา กลับกลายเป็นผู้มีน้ำใจเอื้อเฟื้อ จึงคิดทำสลากภัตขึ้น ผู้คนจึงได้ร่วมนำสิ่งของมาแบ่งปันให้นางยักษิณีเป็นจำนวนมาก นางยักษิณีจึงได้นำสิ่งของเหล่านั้นมาทำเป็นสลากภัต และให้พระสงฆ์กับสามเณรจับสลาก โดยในสลากมีทั้งของที่มีราคาแพงและราคาไม่แพง แตกต่างกันไปตามแต่โชคของผู้จับได้ ซึ่งการถวายทานแบบจับสลากดังกล่าว นับเป็นครั้งแรกของการทำบุญสลากภัตในพระพุทธศาสนา พระพุทธเจ้าจึงทรงอนุญาตให้พระสงฆ์รับสลากภัตเป็นส่วนหนึ่งของ “สลากภัต” ซึ่งเป็นภัต 1 ใน 7 อย่างที่พระสงฆ์สามารถรับได้




















