…..เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 20 มิ.ย. 69 นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ ลงพื้นที่จังหวัดแพร่ มอบนโยบายและติดตามการแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรแบบครบวงจร รวมทั้งติดตามดูการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ทั้งระบบ โดยได้เดินทางไปยังฝายแม่ยม อำเภอสอง เพื่อรับฟังรายงานการบริหารจัดการน้ำระดับจังหวัด จากนั้นเดินทางต่อไปยังศูนย์บริหารจัดการน้ำจังหวัดแพร่แห่งใหม่ (กอเปา) อำเภอเมืองแพร่ เพื่อติดตามการบริหารจัดการน้ำเชิงพื้นที่ โดยมีนายอนุวัธ วงศ์วรรณ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ ให้การต้อนรับ พร้อมด้วยนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดแพร่ และนางภูวษา สินธุวงศ์ จากพรรคเพื่อไทย ร่วมนำเสนอข้อมูลเชิงลึกในพื้นที่ ร่วมกับสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA
…..สำหรับการบริหารจัดการน้ำด้วยระบบภูมิสารสนเทศในจังหวัดแพร่นี้ นับเป็นการเปลี่ยนผ่านการทำงาน จากรูปแบบตั้งรับมาเป็นการเฝ้าระวัง และการจัดการเชิงรุกอย่างมีประสิทธิภาพด้วยปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ดูการจำลองระบบบริหารจัดการน้ำท่วม-น้ำแล้ง แบบเรียลไทม์ ที่สามารถตรวจสอบดูปริมาณฝน พื้นที่เฝ้าระวัง จุดเสี่ยงน้ำท่วม รวมถึง Dashboard การบริหารสถานการณ์น้ำ แผนเผชิญเหตุ และระบบ LINE AI ที่ทันสมัยและเข้าถึงประชาชนมากที่สุด ซึ่งระบบทั้งหมดนี้ จะเป็นต้นแบบสำคัญที่สามารถนำไปใช้ในพื้นที่จังหวัดอื่นๆ ได้
…..รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และคณะ ยังได้เดินทางไปยังศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมอาหารแปรรูป ตำบลแม่จั๊วะ อำเภอเด่นชัย ที่อยู่ในความดูแลของ อบจ.แพร่ เยี่ยมชมโรงงานแปรรูป ที่ตั้งขึ้นเพื่อรองรับการแปรรูปอาหารและเครื่องดื่มจากสินค้าเกษตรในพื้นที่จังหวัดแพร่และจังหวัดใกล้เคียง โดยมีเครื่องจักรและระบบทันสมัยรองรับ อาทิ เครื่องเยือกแข็งด้วยไนโตรเจนเหลว หม้อนึ่งฆ่าเชื้อ และระบบรีทอร์ท ซึ่งเป็นกระบวนการแปรรูปที่ทำอาหารสามารถยืดอายุการเก็บรักษาในอุณหภูมิปกติได้นาน









…..นอกจากนี้ ยังได้รับฟังแนวทางการยกระดับสินค้าเกษตรเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยนางภูวษา สินธุวงศ์ ได้นำเสนอแนวคิดในการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาเพิ่มคุณภาพให้สินค้าเกษตร ซึ่งมีทั้งระบบเตือนภัยด้านการเกษตรด้วย AI, ระบบบริหารเกษตรกรเพื่อพัฒนาคุณภาพ รูปแบบปฏิทิน 52 สัปดาห์ และ LINE AI ทีมผลไม้คุณภาพ เพื่อให้เกษตรกรสามารถวางแผนการเพาะปลูกได้อย่างแม่นยำ ลดความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศที่ผันผวน และพลิกโฉมจากเกษตรกรรมแบบดั้งเดิมสู่ “เกษตรกรรมแม่นยำสูง” และ “เกษตรกรรมอัจฉริยะ”











…..ขณะที่นักวิจัยจากสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ได้นำเสนองานแผนงานการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร ด้วยการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร ซึ่งจะช่วยเปลี่ยนผ่านจังหวัดแพร่จากเดิมที่เป็นเมืองส่งออกวัตถุดิบราคาถูก ให้กลายเป็น “ศูนย์กลางนวัตกรรมอาหารแปรรูปมูลค่าสูง” ของภาคเหนือตอนบน โดยอาศัยงานวิจัยและเทคโนโลยีเข้ามาช่วยยกระดับและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตทางการเกษตรในพื้นที่



…..การลงพื้นที่ตรวจราชการในครั้งนี้ ถือเป็นการบูรณาการทำงานครั้งสำคัญระหว่าง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เพื่อตอบสนองนโยบายหลักของรัฐบาลในด้าน “เกษตรแม่นยำ” และ “เกษตรมูลค่าสูง” นำเทคโนโลยีทางด้านอุตสาหกรรมการเกษตรเข้ามาช่วยยกระดับรายได้และสร้างความยั่งยืนให้กับภาคการเกษตรของไทยอย่างเป็นรูปธรรม



























