
วันที่ 27 พฤษภาคม 2569 ในงานประเพณีไหว้พระพุทธโกศัยศิริชัยมหาศักยมุนี ณ วัดพระบาทมิ่งเมือง อ.เมืองแพร่ จ.แพร่ ได้มีการเทศน์มหาชาติ หรือ มหาเวสสันดรชาดก ในอดีตเรียกว่า “เทศน์คาถาพัน” โดยจะเรียกแต่ละบทว่า “กัณฑ์” ซึ่งมีธรรมเนียมการใช้คำและลีลาที่โดดเด่นภาคเหนือเรียกว่า “ตั้งธรรมหลวง”ภาคอีสานเรียกว่าเทศน์ผเวด ภาคใต้เรียกว่า “ฟังธรรมเทศน์มหาชาติ การแสดงธรรมเทศนามหาชาติ โดยมี คุณปัชญาภา ศศิราชศิริ ,ดร วัฒนสิริรัชต์ กันตญาณมุนี ,หัวหน้าคณะทำงานในหม่อมราชวงศ์ปณิธานจรูญโรจน์ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวชุมชนจังหวัดแพร่ ,เทวสถานพระพิฆเนศแพร่สำนักเทพจันทรคุปต์,ผู้ทรงคุณวุฒิจังหวัดแพร่,คุณชาญบูรณ์ผู้จัดการมิถิลาโฮมสเตย์แพร่ ,บริษัทวีเคจีจำกัด,the pizza company เมืองแพร่ คณะเจ้าภาพกัณฑ์เทศน์มหาชาติ 3 กัณฑ์ ประกอบด้วย

กัณฑ์ที่ 4 วนประเวศน์ (57 พระคาถา) ความหมาย: ตอนที่พระเวสสันดร พระนางมัทรี พร้อมด้วยชาลีและกัณหา เดินทางเข้าสู่ป่าเพื่อไปบำเพ็ญเพียรที่เขาวงกต อานิสงส์ที่จะได้รับ: ได้รับความสุขสมบูรณ์ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า ได้เกิดเป็นบรมกษัตริย์ในชมพูทวีป เป็นผู้ทรงปรีชาเฉลียวฉลาด สามารถปราบอริราชศัตรูให้ย่อยยับไปได้

กัณฑ์ที่ 5 ชูชก (79 พระคาถา) ความหมาย: ตอนที่ชูชกพรานเฒ่าออกเดินทางไปขอสองกุมารจากพระเวสสันดร อานิสงส์ที่จะได้รับ: จะได้ไปบังเกิดในตระกูลกษัตริย์ ประกอบด้วยทรัพย์สมบัติอันงดงามกว่าคนทั้งหลาย จะเจรจาพรรณนาสิ่งใดก็ไพเราะเสนาะโสต มีวาทศิลป์ดี ได้สามี ภรรยา หรือบุตรธิดา ที่มีรูปทรงงดงามและเป็นคนว่านอนสอนง่าย

กัณฑ์ที่ 6 จุลพน (35 พระคาถา) ความหมาย: ตอนที่ชูชกเดินทางผ่านป่าโปร่ง โดยมีพรานเจตบุตรหลงกลชี้ทางให้ไปหาพระอัจจุตฤาษี อานิสงส์ที่จะได้รับ: ไม่ว่าจะไปเกิดในปรภพใด จะเป็นผู้สมบูรณ์ด้วยสมบัติบริวาร จะมีอุทยานที่เต็มไปด้วยดอกไม้กลิ่นหอมตลบอบอวล จะมีสระโบกขรณีอันเต็มไปด้วยปทุมชาติ (ดอกบัว) เมื่อละโลกนี้ไปแล้วจะได้เสวยทิพยสมบัติในโลกหน้าสืบไป
เมื่อพระสงฆ์เทศน์จบแต่ละกัณฑ์ จะมีคำลงท้ายตามธรรมเนียมว่า “เอเตน สจฺจวเจเน โสตฺถิ โหตุ สพฺพทา” (ด้วยสัจจะวาจานี้ ขอความสุขสวัสดีจงมีในทุกเมื่อ
















