แพ้ได้แต่โกงไม่ได้! ชาวแพร่แห่ตั้งคำถาม ผลเลือกตั้งไม่เคลียร์

2
0
- ผู้สนับสนุนแพร่ข่าว -

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่ เพจ ขวัญรัตน์ พนมขวัญ-Khwanrat Panomkwan-ทนายเก้า ผู้สมัครสส.แพร่ เขต 1เบอร์ 4 พรรค ปชน. โพสต์ข้อความ พร้อมภาพประกอบเป็น ตารางคะแนน 2 ภาพ ซึ่งเป็นคะแนนพรรคประชาชน ที่ได้ 1 คะแนน ก่อนจะมีภาพแก้ไข จาก 1 เป็น 147 คะแนน ว่า แบบนี้ก็ได้หรอ? แล้วถ้าไม่มีคนไปทักท้วงจะเป็นยังไงคะเนี่ย แล้วทั้งประเทศมีแบบนี้กี่หน่วย??? อันนี้ที่ จ.แพร่ เขต 1 ไม่ใช่ว่าไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง แต่ทุกคะแนนที่พี่น้องเสียสละเวลามาเลือกควรถูกปกป้อง แพ้ได้ค่ะ แต่ถูกโกงไม่ได้ P พร้อมติดแฮชแท็ก #แพ้ได้แต่ถูกโกงไม่ได้ #นับใหม่ทั้งประเทศ

ซึ่งทำให้เกิดความคลางแคลงใจในการทำหน้าที่ของ กปน. (คณะกรรมการเลือกตั้งประจำหน่วย) ก่อนจะมี คนมาคอมเม้นต์ต่างๆ นานาถึงความโปร่งใส ในการทำหน้าที่ของ กปน.

บางคนถึงขนาด คอมเมนต์ว่า “ตั้งแต่เลือกตั้งมาไม่เคยเห็นครั้งไหนอัปยศเท่าครั้งนี้มากที่สุด” บ้าง หรือบางคนคอมเมนต์ว่า “ถ้าแพ้แบบบริสุทธิ์ยุติธรรมทั้งผู้สมัครกับก๋องเชียร์เฮาฮับได้คับ…เพราะเฮาแฟร์ๆแพ้คือแพ้ชนะคือชนะ…แต่ชนะด้วยกั๋นโก๋งกะขอภูมิใจ๋ก๋าหมู่สูเต๊อะ…ผีหันคนหันสิ่งศักดิ์สิทธิ์หันบ่เมินมันจะได้ฮับผลก๋ำนั้น….สาคู…นึกหวังว่ามีแต่บ้านอื่นเมืองอื่น..บ้านเฮากะมี….เฮ่อ”

สำหรับเรื่องนี้ทางผู้สื่อข่าว ได้ทำการตรวจสอบเอกสาร ผลการเลือกตั้ง สส.แพร่ การเลือกตั้งทั่วไป และการออกเสียงประชามติอย่างไม่เป็นทางการ ของทั้ง 3 เขต ที่ออกโดยกกต.แพร่(คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดแพร่)พบข้อผิดปกติ แยกตามรายเขต ดังนี้

เขตเลือกตั้งที่  1

ข้อ 1.มีข้อสังเกต ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. 98,225 คน เลือกตั้งประชามติ 89,664 คน บัตรผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สส. เกิน 8,561 ใบ

จำนวนของผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. ซึ่งควรจะเท่ากับผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งประชามติ เพราะ ประชาชนจะต้องเลือกทั้ง 2 ประเภททุกคน แต่ปรากฏว่า จำนวนของบัตรผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งสส.มากกว่า จำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งประชามติ ถึง 8,561 คน

ข้อ 2. บัตรไม่เลือกผู้ใดไม่เท่ากัน ซึ่งโดยปกติแล้วถ้าหากไม่ประสงค์จะเลือกผู้ใดแล้วมักจะไม่เลือกทั้งคนและพรรค ในระบบสส.เขต มี 2,901 คน ในบัญชีรายชื่อ มี 2,538คน

เขตเลือกตั้งที่ 2

ข้อ 1. บัตรของผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งสส.ระบบเขต 88,953 แต่จำนวนผู้มาใช้สิทธิบัญชีรายชื่อ อยู่ที่ 88,954 จึงเป็นที่สังเกตว่า บัตรของผู้สมัคร สส.เขต หายไป 1 ใบ มาใช้สิทธิ 88,953 บัญชีรายชื่อ 88,954 พบมีบัตรเขย่ง 1 ใบ

ข้อ 2. ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งสส. 88,953 คน ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งประชามติ 79,960 คน ทำให้จำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง สส.มีบัตรเกินผู้มาใช้สิทธิประชามติ อยู่ถึง 8,993 ใบ จำนวนของผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งสส. ซึ่งควรจะเท่ากับผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งประชามติ เพราะ ประชาชนจะต้องเลือกทั้ง 2 ประเภททุกคน แต่ปรากฏว่า จำนวนของบัตรผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง สส.มากกว่า จำนวนผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งประชามติ ถึง 8,993 คน มาใช้สิทธิ์ 88,953 ประชามติ 79,960 บัตรเขตเกิน 8,993

ข้อ 3. คะแนนของผู้มาใช้สิทธิประชามติ 79,960 คน แต่คะแนนที่นับเป็นบัตรที่มีคะแนนมีจำนวน 78,405 บัตร รวมกับบัตรเสีย 2,350 บัตร ปรากฏว่ามีบัตรทั้งหมด 80,755 บัตร เกินกว่าผู้มาใช้สิทธิ์ 795 คน จำนวนผู้มาใช้สิทธิออกเสียงประชามติ 79,960 คน

80,755 จำนวนบัตรที่นับลงคะแนน 78,405 จำนวนบัตรเสีย 2,350 รวมแล้วมีบัตรเกินกว่าผู้มาใช้สิทธิ์ 795 บัตร

เขตเลือกตั้งที่ 3

ข้อ 1.บัตรเกิน ผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งสส. 84,246 คน ผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งประชามติ 76,598 คน ทำให้จำนวนผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งสส.มีบัตรเกินผู้มาใช้สิทธิ์ประชามติ อยู่ถึง 7,648 ใบ  จำนวนของผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง สส. ซึ่งควรจะเท่ากับผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งประชามติ เพราะ ประชาชนจะต้องเลือกทั้ง 2 ประเภททุกคน แต่ปรากฏว่า จำนวนของบัตรผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง สส.มากกว่า จำนวนผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งประชามติ ถึง 7,648 คน  เช่น มาใช้สิทธิ์ 84,246 ประชามติ76,598 แตกต่าง 7,648

ข้อ 2. บัตรของผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง สส.ระบบเขต 84,246 แต่จำนวนผู้มาใช้สิทธิ์บัญชีรายชื่อ อยู่ที่ 84,245 จึงเป็นที่สังเกตว่า บัตรของผู้สมัคร สส.เขต เกินไป 1 ใบ ซึ่งปกติแล้วผู้ใช้สิทธิในระบบเขตและระบบบัญชีรายชื่อจะต้องเท่ากัน แต่ในรายงานของคณะกรรมการการเลือกตั้งปรากฏว่าบัตรของระบบเขตเลือกตั้งเกินกว่าบัญชีรายชื่อ 1 ใบ ทำให้เกิดบัตรเขย่ง

ข้อ 3. ทำให้บัตรเสีย โดยปกติแล้วบัตรเสียจะมีอยู่ 2-3 เปอร์เซ็นเท่านั้น แต่ปรากฏว่าในเขตเลือกตั้งที่ 3 มีบัตรเสียเพิ่มขึ้นถึง 6,065 ใบ หรือประมาณ 7.2% ซึ่งสูงกว่าปกติถึง 3 เท่า เป็นที่น่าสังเกตว่าในบัตรเสียมีการระบุว่า มีการกาหมายเลข 2 และหมายเลข 9 ในบัตรใบเดียวกัน ซึ่งประชาชนคนไทยที่มีโอกาสได้เลือกตั้งมาแล้วหลายครั้ง ทั้งในระดับท้องถิ่นและในระดับประเทศ จะทราบว่าบัตรใบเดียวจะกาได้เพียงหมายเลขเดียวเท่านั้น เขต 3 บัตรเสีย 6,065

ข้อ 4. บัตรไม่เลือกผู้ใด บัตรไม่เลือกผู้ใดมีจำนวนสูงมากถึง 4,591 ใบ ซึ่งคิดเป็น 5.45% ซึ่งสูงกว่าในปกติที่มีถึง 2-3% อย่างมาก มีข้อสังเกตว่าอาจจะมีการนำบัตรที่กาไม่เลือกผู้ใดมาเปลี่ยนให้กับบัตรที่กาให้กับเบอร์อื่นไปแล้วหรือไม่ บัตรเปล่ามาเปลี่ยนให้ 5.45%  =4,591คะแนน

ข้อ 5. บัตรเสีย ปรากฏว่ามีการพบบัตรเสียในระบบเขตเลือกตั้งอยู่จำนวน 6,065 ใบ และพบจำนวนบัตรเสียอยู่ในระบบบัญชีรายชื่อ 4,582 ใบ ซึ่งแตกต่างกันถึง 1,483 ใบ ซึ่งถ้าหากผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งไม่เข้าใจวิธีการกาบัตรแล้ว ปริมาณบัตรเสียควรจะใกล้เคียงกัน บัตรเสียเขต 6,065 บัญชีรายชื่อ 4,582 ส่วนต่าง1,483

ข้อ 6. ในคูหาเลือกตั้งพบว่ามีการปิดทึบค่อนข้างมิดชิดและเมื่อมีสื่อมวลชนขอถ่ายภาพเข้าไปในหน่วยเลือกตั้งก็มักจะถูกปฏิเสธไม่ให้ถ่าย รวมถึงประชาชนทั่วไปด้วย ซึ่งโดยปกติแล้วจะไม่มีการห้ามถ่ายภาพจากด้านนอกเข้าไปในหน่วย เพราะต้องการให้โปร่งใสและประชาชนสามารถตรวจสอบได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการนำข้อมูลทั้งหมด เข้าไปให้ AI ตรวจสอบ พบว่า AI ยังคิดว่าเป็นไปไม่ได้ ซึ่งการทำงาน ของเจ้าหน้าที่ประจำการเลือกตั้ง และ กกต. ต้องออกมาแสดงความรับผิดชอบ เพื่อให้เกิดการเชื่อมั่นในการเลือกตั้งครั้งนี้ เพราะว่ายังมีอีกหลายๆ ส่วนที่ยังไม่ได้รับความกระจ่าง จึงอยากให้ กกต.ดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องโปร่งใส เพื่อให้การเลือกตั้งในครั้งนี้ เป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ ยุติธรรมต่อไป.