แพร่ปัดฝุ่นโครงการเดิม

312
0
- ผู้สนับสนุนแพร่ข่าว -

แพร่ข่าว ฉบับวันที่ 20 พ.ค.62 เสนอข่าวหน้า 1 น่าสนใจยิ่ง ซึ่งขึ้นหัวข่าวว่าแพร่ดิ้นของบพัฒนาปัดฝุ่นโครงการเดิมสร้างศาลากลางใหม่ ที่ว่า “สร้างศาลากลางใหม่”ก็คือ“ศูนย์ราชการจังหวัดแพร่”ครับ

ข่าวนั้นมีว่าสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่ รายงานข่าวว่า นายอนุรัฐ ไทยตรง รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ เปิดเผยกับประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่ว่าที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจจังหวัดแพร่ หรือ กรอ.แพร่ ได้ร่วมกันหารือดังนี้

1.การพัฒนาท่าอากาศยานแพร่ ให้มีการขยายความยาวของสนามบิน เป็น 2,100 เมตร เพื่อรองรับเครื่องบินขนาดใหญ่เป็นการเร่งด่วน ซึ่งอาจต้องเวรนคืนที่ดินของประชาชนบางส่วน นอกจากนี้ ภาคเอกชนได้หารือ กับผู้บริหารของสายการบิน ให้เพิ่มเที่ยวบินและขยายเวลาช่วงการบิน และขอตู้ ATM ไปติดตั้งที่สนามบิน

2.การอนุรักษ์และพัฒนาเมืองเก่าจังหวัดแพร่ คณะกรรมการอนุรักษ์และพัฒนาเมืองเก่าจังหวัดแพร่ ได้จัดจ้างที่ปรึกษา ออกแบบเมืองเก่า การสร้างสถาปัตยกรรม อาคารบ้านเรือน สถานที่ราชการ ไม่สร้างอาคารสูง ร่วมกันอนุรักษ์บ้านเก่า หรือบ้านแบบดั้งเดิม ผลักดันการนำสายไฟฟ้าลงดิน ให้สวยงาม

3.การก่อสร้างลานเก็บกองและขนถ่ายตู้สินค้า Container Yard ขนาดใหญ่ ย้ายสถานที่ก่อสร้างจากสถานีรถไฟแพร่ ไปยังสถานีรถไฟเด่นชัย ซึ่งมีพื้นที่รองรับเพียงพอ เป็นศูนย์กลางการขนส่งสินค้า จากภาคเหนือ จากประเทศจีน พม่า ลาว ไปยังภูมิภาคอื่น

4.การพัฒนาถนนเลียบแม่น้ำยมบริเวณ สะพานบ้านมหาโพธิ์ ถึง สะพานบ้านน้ำโค้ง ระยะทาง 2.8 กิโลเมตร ความกว้างตลอดแนวถนน 14 เมตร สร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง 700 เมตร พร้อมปรับปรุงสวนสาธารณะเชตวัน ซึ่งจะเริ่มดำเนินการในปี 2563-2565

5.การสร้างศูนย์ราชการจังหวัดแพร่แห่งใหม่ บริเวณบ้านน้ำชำ ตำบลห้วยม้า พร้อมสาธารณูปโภค ไฟฟ้า ประปา ถนน โทรศัพท์ ขณะนี้ได้ออกแบบเรียบร้อยแล้ว จัดส่งให้สำนักงบประมาณพิจารณา เพื่อเสนอขออนุมัติคณะรัฐมนตรี ดำเนินการก่อสร้างในปี 2563-2565

6.การย้ายเรือนจำจังหวัดแพร่ ไปอยู่บริเวณตำบลห้วยม้า ทางเรือนจำจังหวัดแพร่ได้เสนrอของบประมาณในการย้าย ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินการในปี 2563-2564 นี้

7.การขับเคลื่อนเมืองต้นแบบสุขภาวะ สำหรับผู้สูงอายุ เพื่อสร้างเศรษฐกิจใหม่ ให้ชาวแพร่ โดยการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ อาหารที่ปลอดภัย เป็นเมืองสมุนไพร แพทย์แผนไทย ชักชวนผู้สูงอายุที่มีกำลังซื้อสูงหรือกลุ่มครอบครัว มาเที่ยวและพักค้างทั้งระยะสั้นและระยะยาว เช่น ช่วง 3 วัน 5 วัน 1 สัปดาห์ 1 เดือน เป็นต้น

8.ส่วนสถานการณ์สินค้าเกษตรในช่วงที่ผ่าน ข้าวเปลือกนาปรัง ข้าวเปลือกเหนียว ความชื้น 15% มีการปรับตัวสูงขึ้น ราคา 13,000 บาทต่อตัน เนื่องจากมีความต้องการของตลาด / ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ราคากิโลกรัมละ 6.10 บาท / มันสำปะหลัง กิโลกรัมละ 2.10 บาท ปีนี้ราคาลดลงเนื่องจากความสมบูรณ์ของเมล็ด จากสภาพอากาศแล้ง

รายงานข่าวระบุว่าโครงการที่ 5 การสร้างศูนย์ราชการจังหวัดแพร่ แห่งใหม่ กับโครงการที่ 6 การย้ายเรือนจำจังหวัดแพร่ ไปอยู่บริเวณตำบลห้วยม้า อ.เมืองแพร่ ทั้งสองโครงการนี้ประชาชนชาวแพร่ และภาคราชการได้เรียกร้องให้ดำเนินการตั้งแต่ 40 มาแล้วยุคนั้น นสพ.แพร่ข่าว เพิ่งเกิดไม่นานเคยเสนอข่าวแล้วด้วย

ส่วนโครงการที่ 1.การพัฒนาท่าอากาศยานแพร่ นั้นชาวแพร่คิดและเสนอขอนานเกือบ 30 ปีแล้วแต่คนที่ดิ้นอย่างจริงจังคือ นายสมพร คำชื่น เป็นสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดแพร่เมื่อ พ.ศ.2543 การปัดฝุ่นเพื่อเสนอของบประมาณจากรัฐบาลมาสร้างคราวนี้ไม่ทราบจะสมหวังหรือไม่รายงานข่าวสรุป.


ผมขอยืนยันว่า ตราบใดที่ไม่ใช่รัฐบggาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนแท้จริงหรือยังไม่มีรัฐบาลที่มาจากซีกของพรรคเพื่อไทยและพรรคอนาคตใหม่ แพร่ไม่มีทางจะได้รับงบประมาณอะไรหรอก เพราะรัฐบาลที่เป็นซีกของคณะยึดอำนาจจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งยังมีอคติกับจังหวัดแพร่เพราะเขาเห็นว่า ชาวแพร่มีใจฝักใฝ่กับพรรคเพื่อไทยและยังศรัทธา ดร.ทักษิณ ชินวัตร กับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เหมือนเดิม

จังหวัดแพร่ได้รับการพัฒนาและมีงบประมาณมาสร้างอะไรต่างๆคือยุคที่ คุณณรงค์ วงศ์วรรณ เป็น ส.ส.เท่านั้น เพราะสมัยนั้นการเมืองในจังหวัดแพร่แม้มี 2 พรรคแต่ก็อยู่ขั้วเดียวกันไม่มีอีกฝ่ายคอยค้าน-คอยขัดขวาง

ต่อมาเมื่อหมดยุคของ คุณณรงค์ฯเมืองแพร่ก็มี ส.ส.แบ่งเป็น 2 ฝ่ายคือฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาลชัดเจน เวลาฝ่ายหนึ่งเสนอโครงการอะไรจะของบประมาณมาทำอะไรอีกฝ่ายก็จะค้านแหลกสลับกันค้านอยู่นั่นแหละ

การยึดอำนาจเมื่อ 19 พฤศจิกายน 2549 ไม่มีอะไรสาหัสมากนัก แต่การยึดอำนาจเมื่อ 22 พฤษภาคม 2557 ฝ่ายยึดอำนาจถือว่าจังหวัดแพร่คือฐานเสียงของพรรคเพื่อไทยไม่ได้ชอบพวกเขาเลยเอากันง่ายๆขนาดรัฐบาล ที่มี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีอนุมัติงบประมาณให้สร้าง “ศูนย์รวบรวมและถ่ายทอดเทคโนโลยี นวัตกรรมชั้นสูงเพื่อการเกษตรที่จังหวัดแพร่” แต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ยกเลิกและยุติโครงการ ให้เหตุผลว่าเป็นโครงการที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์โดยรวมและคุ้มค่าในการลงทุน และสั่ง ให้ กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯจัดสร้างศูนย์จัดแสดงนิทรรศการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไทย ขึ้นแทน ที่บริเวณองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติเทคโนธานี ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

อีกกรณี…ชาวแพร่เรียกร้องและยื่นโครงการขอให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (หรือ สนช.) เสนอ ร่าง พรบ.มหาวิทยาลัยแพร่ ให้สภาฯพิจารณาด้วยพวกก็เมินเฉย ยิ่งรู้ว่าเป็นความคิดริเริ่มของ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ก็ยิ่งเมินเฉยหนัก การเลือกตั้งล่าสุดแม้พรรคไทยรักษาชาติถูกยุบ และมีผู้สมัครของพรรคนี้เป็นคนเดิมของพรรคเพื่อไทย คณะยึดอำนาจมีความหวังว่าชาวแพร่คงเทเสียงสนับสนุนพรรคที่เป็นพวกเดียวกับรัฐบาล แต่ผ่าไปเลือกผู้สมัครพรรคอนาคตใหม่ซึ่งเป็นไม้เบื่อไม่เมากับรัฐบาลที่ยึดอำนาจซะงั้น

เราต้องตั้งคำถามว่ามีใครในจังหวัดแพร่ที่มีศักยภาพสูงสามารถผลักดันโครงการดีๆ มาแพร่บ้าง ยิ่งบรรดาภาคเอกชนหากไม่ใช่พวกเดียวกับเจ้าสัวนายทุนใหญ่ระดับชาติสามารถสั่งรัฐบาลที่ยึดอำนาจได้ก็เลิกคิดฝันจะมีอะไรดีๆมาพัฒนาจังหวัดแพร่เลยครับ

เพราะเขาถือว่าชาวแพร่ไม่ใช่พวกเดียวกับคณะยึดอำนาจ

บทความโดย : ศิริศักดิ์ ศิริทิชากร

แสดงความเห็น