อายุ 60 ปีรับราชการต่อ !!

80
0
- ผู้สนับสนุนแพร่ข่าว -

พูดจาประสานคนท้องถิ่น ใน แพร่ข่าว ออนไลน์ กำลังย่างเข้าสู่เดือนแห่งเทศกาลเข้าพรรษา ปีนี้ตรงกับวันที่ 16 ก.ค.62 เป็นวันอาสาฬหบูชา และวันที่ 17 ก.ค.62 เป็นวันเข้าพรรษา ซึ่งได้เวลาที่พี่น้องชาวบ้านจะต้องหันหน้าเข้าสู่ฤดูการทำไร่ไถนา ในปีนี้รัฐบาลท่านก็ให้ความหวังว่าข้าวจะได้ราคาดี ในฤดูเก็บเกี่ยวหน้านี้ ก็ขอให้สมพรปากเถอะครับเพราะ ใครไม่ทำนาก็จะไม่รู้ว่า การทำนาสมัยนี้ก็เหมือนซื้อข้าวกิน เพราะทุกอย่างต้องซื้อและต้องจ้างหมดทุกขั้นตอน เริ่มตั้งแต่ไถ หว่าน ดำ เก็บเกี่ยว การทำนาล้วนต้องเสียเงินจ้างทั้งสิ้น แต่พอถึงตอนจะขายกลับได้ราคาแทบจะกระอักเลือด ก็น่าเห็นใจ ที่พี่น้องชาวนาทำนาครั้งหนึ่ง เมื่อขายข้าวได้ราคาไม่ดีก็แทบสิ้นเนื้อประดาตัว ลองดูว่าข้าวปีนี้จะมีราคาดีเหมือนกับที่ทางการเขาฉายหนังตัวอย่างไว้หรือไม่ แล้วค่อยมาว่ากันอีกทีเมื่อถึงวันที่ต้องขายข้าวในนาคราวต่อไปนะครับ

เรามาว่าถึงเรื่องที่กำลังเป็นที่ฮือฮา เล่าขานกันในหมู่ข้าราชการส่วนใหญ่ รวมถึงคนที่กำลังวิ่งหางานทำ และคาดหวังว่าจะสอบเข้ารับราชการ เมื่อมีหน่วยงานต่าง ๆ มีตำแหน่งว่าง แต่ปรากฎว่า รัฐบาลโดย สำนักงาน กพ.ได้ออกระเบียบข้าราชการพลเรือน เพื่อให้ข้าราชการพลเรือนที่มีอายุครบ 60 ปี เฉพาะกลุ่มสายวิชาการ ระดับเชี่ยวชาญหรือระดับทรงคุณวุฒิ และระดับทักษะพิเศษ กับกลุ่มทั่วไป ระดับอาวุโสขึ้นไป รับราชการต่อไปได้ จำนวน 8 สายงาน คือ (1) นักกฎหมายกฤษฎีกา (2) แพทย์ (3) ทันตแพทย์ (4) นายสัตวแพทย์ (5) ปฏิบัติงานช่างศิลปิน (6) คีตศิลป์ (7) ดุริยางคศิลป์ และ (8) นาฎศิลป์ โดยให้เหตุผลว่า เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนบุคลากรในสาขาสำคัญของรัฐ และเพื่อรองรับปัญหาการเข้าสู่สังคมสูงวัย ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบไปแล้วเมื่อวันที่ 21 พ.ค.ที่ผ่านมา จากการติดตามข่าวการขยายเวลารับราชการของคนอายุ 60 ปี ดังกล่าวส่วนใหญ่ที่มีการยื่นเรื่องให้ กพ.พิจารณา คือสายงานแพทย์ รองลงมาคือสายงานทันตแพทย์ นาฎศิลป์ วิศวกรรมสำรวจ วิทยาศาสตร์ โบราณคดี และนิติกร ครับ

ข่าวที่พาดหัวว่า “ข้าราชการได้เฮ…” นั้นจึงหมายเอาแต่ข้าราชการพลเรือน เพียงอย่างเดียว และการขยายอายุเกษียณราชการครั้งนี้ จำกัดเฉพาะข้าราชการเพียง 2 กลุ่ม คือกลุ่มวิชาการ กับกลุ่มทั่วไป ของข้าราชการพลเรือนสามัญ เท่านั้น และไม่ครอบคลุมไปยังข้าราชการท้องถิ่นแต่อย่างใด เพราะองค์กรที่ทำหน้าที่บริหารงานบุคคลท้องถิ่นส่วนกลาง คือ กถ.กับ ก.กลางของ อปท.แต่ละประเภท ยังไม่ขยับในเรื่องนี้

ดังนั้น คำถามที่เกิดขึ้นในวงพี่น้องข้าราชการท้องถิ่นว่า แล้วพวกเราข้าราชการท้องถิ่นจะมีโอกาสได้รับการขยายอายุเกษียณราชการเหมือนกับข้าราชการพลเรือนสามัญหรือไม่ ตอบได้เลยว่าคงอีกนานที่โครงการนี้จะมาถึงพวกเรา เพราะที่ผ่านมา กถ.กับ ก.กลาง ของเราไม่ค่อยจะคิดอะไรที่เป็นการริเริ่มสร้างสรรค์สิ่งใหม่อะไรเช่นนี้ เพราะที่ผ่านมาก็คอยแต่ก๊อปปี้เขามาตลอด จนท้องถิ่นเรารู้สึกว่าเราเป็นข้าราชการประเภทสอง ที่ชาวบ้านเขาไปถึงดวงดาว แล้วท้องถิ่นจึงจะได้แจ้งเกิด เหตุเพราะองค์กรบริหารงานบุคคลท้องถิ่นส่วนกลาง มีการทำงานลักษณะ คนทำไม่ได้กินและคนกินไม่ได้ทำ หรือคนคิดไม่ได้ทำและคนทำกลับไม่ได้คิด แบบนี้มาอย่างต่อเนื่อง จึงไม่ค่อยจะตอบสนองความต้องการท้องถิ่นเท่าไร

หลายครั้งที่เราคิดว่า เราอยากให้องค์กรเหล่านี้เปลี่ยนที่สังกัดจากเดิมดีมั้ย และควรเปิดโอกาสให้คนท้องถิ่นได้เข้าไปบริหารงานแบบคนท้องถิ่นคิด คนท้องถิ่นทำ และคนท้องถิ่นได้ประโยชน์ น่าจะดีกว่า แต่สุดท้ายก็เหมือนพายเรือในอ่างครับ แม้แต่ร่างกฎหมายบริหารงานบุคคลท้องถิ่นที่พวกเรามีส่วนร่วมกันเสนอมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ มาถึงรัฐบาลยิ่งลักษณ์ และต่อเนื่องมาถึงรัฐบาลที่ คสช.ซึ่งมีอำนาจล้นฟ้า ก็ยังไม่มีวีแววจะผ่านกฎหมายฉบับนี้ออกมาใช้ เพราะคงถูกจับยัดลิ้นชักโต๊ะหรือทิ้งลงตะกร้าไปแล้วกระมัง และดูแล้วนโยบายกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ไม่มีใครพูดถึงในระยะห้าปีที่ผ่านมาเลย

จึงกล่าวได้อย่างเต็มปากว่า โครงการขยายอายุเกษียณดังกล่าว คนที่ได้รับสิทธิคือข้าราชการพลเรือนสามัญในความรับผิดชอบของ กพ.เท่านั้น ส่วนข้าราชการท้องถิ่นยังไม่มีสิทธิครับ เพราะแม้กระทั่งโครงการเดิมคือโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด หรือโครงการเออรี่ ที่ราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคมีสิทธิกัน ท้องถิ่นก็ไม่ได้รับสิทธินี้กับเขาด้วยเช่นกัน แล้วเราจะทนให้เกิดอาการที่ “คนทำไม่ได้กิน คนกินไม่ได้ทำ” อย่างนี้ตลอดหรือครับพี่น้อง.

ปฏิพล จอมดวง

แสดงความเห็น