หนี้ กยศ. หมื่นเจ็ด ยึดบ้าน 2.4 ล้านขายทอดตลาด

19789
0
- ผู้สนับสนุนแพร่ข่าว -

……….สาวใหญ่โวยน้องสาวเป็นหนี้ กยศ.ส่งไปบางส่วน เหลือไม่ได้ส่งหนึ่งหมื่นเจ็ดพันกว่าบาท ถูกฟ้องยืดบ้านขายทอดตลาดให้บริษัทรับซื้อ สองล้านสี่แสนบาท สุดงงคนกู้คนค้ำมีบ้านสามหลัง เลือกเอาหลังใหญ่แพงที่สุด เชื่อทำเป็นขบวนการ

……….เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 24 มิ.ย.63 น.ส.กรทิพ วงศ์ตะวัน  อายุ 43 ปี บ้านเลขที่ 192 ม.3 ต.สบสาย อ.สูงเม่น จ.แพร่ น.ส.สมหมาย วงศ์ตะวัน อายุ 38 ปี และ นายสมพร วงศ์ตะวัน อายุ 75 ปี มาร้องเรียนกับผู้สื่อข่าว ว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม หลังจากที่อยู่ๆ มีจดหมายจากสำนักงานบังคับคดี จ.แพร่ มาติดหน้าบ้าน ว่าบ้านหลังดังกล่าวถูกขายทอดตลาดไปแล้ว แค่เป็นหนี้ กยศ. เพียง หนึ่งหมื่นเจ็ดพันกว่าบาท แต่กลับถูกฟ้องบังคับคดียึดบ้านไปขายทอดตลาดในราคา 2 ล้านกว่าบาท ซึ่งมันเป็นเรื่องไม่ยุติธรรม

……….โดยนางกรทิพย์ฯ เล่าความเป็นมาเรื่องนี้ให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า เดิม น.ส.สมหมายฯ น้องสาว ได้กู้ กยศ.เรียนเมื่อปี …. เพื่อเรียนต่อระดับอาชีวะศึกษา หลังจากเรียนจบได้ส่งเงินคืนกองทุน กยศ.มาตลอด ต่อมาได้ย้ายไปทำงานต่างจังหวัด จึงไม่ได้ส่งต่อ เหลือยอดที่ค้าง กยศ. แค่ หนึ่งหมื่นเจ็ดพันกว่าบาท จนกระทั่งอยู่ดีๆ มีหนังสือมาติดหน้าบ้านว่าเป็นทรัพย์สินถูกขายทอดตลาดแล้ว เพื่อใช้หนี้ กยศ. เธอจึงตกใจมาก

………..เพราะในการทำสัญญากู้เงิน มี น.ส.สมหมายฯ เป็นผู้กู้ และมี นางพริ้ง วงศ์ตะวัน ผู้เป็นแม่ ค้ำประกัน และมี นายสมพร วงศ์ตะวัน ที่ไม่เคยได้เซ็นต์เอกสารไดๆ อะไรเกี่ยวกับเงินกู้ในครั้งนี้เลย ทาง กยศ. กลับเลือกฟ้อง นายสมพรฯ เป็นจำเลยที่ 3 ตนเองตั้งขอสังเกตว่า ทั้งที่ น.ส.สมหมายฯ จำเลยที่ 1 ก็มีบ้านของตัวเอง  ส่วน นางพริ้งฯ จำเลยที่ 2 ก็มีบ้านเป็นของตัว ทำไม ไม่ฟ้องเอาที่จำเลย หรือ คนค้ำ จำเลยที่ 2  กลับเลือกที่จะฟ้อง นายสมพรฯ จำเลยที่ 3 เพราะเป็นว่า มีทรงไทยบ้านหลังใหญ่ อย่างนั้นหรือ เงินค้างแค่ หนึ่งหมื่นเจ็ดพันบาท เลือกที่จะมาฟ้องขายทอดตลาดบ้าน ในราคา 2 ล้านบาท มาใช้หนี้ ตนเองจึงคิดว่าไม่เป็นธรรมและน่าสงสัยในกระบวนการขายทอดตลาด

……….นางกรทิพฯ กล่าวกับผู้สื่ออีกว่า ประเด็นที่น่าแปลกใจก็คือ ทั้งที่ จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ต่างก็มีบ้านและเป็นเจ้าของบ้าน ทำไมไม่ฟ้องยึดทรัพย์ แต่มายึดทรัพย์บ้านหลังใหญ่ทรงไทย และอีกอย่างคือ ระยะเวลาที่ผ่านมา บ้านของตนเองไม่เคยได้รับหนังสือ ทวงหนี้ หรือหนังสือจากหน่วยงานบังคับคดีอะไรสักอย่างเดียว จู่ๆ ก็มารู้ว่าบ้านถูกนายทุนซื้อไปแล้ว ตนเองจึงเชื่อว่างานนี้มีเงื่อนงำ และน่าจะทำเป็นขบวนการ

……….วันนี้ตนเองจึงได้มาเดินเรื่องต่อสู้เพื่อความยุติธรรม และขอความเป็นธรรมจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย  ตนเองเชื่อว่า กรณีนี้ คงไม่ใช่กรณีแรก น่าจะมีคนที่โดนแบบตนเองอีก จึงได้มาขอความเป็นธรรมจากผู้สื่อข่าว นำเสนอข่าวให้ สาธารณะชนได้ทราบ

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่