ส่องนโยบายการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น

53
0
- ผู้สนับสนุนแพร่ข่าว -

พบกับ พูดจาประสาคนท้องถิ่น ใน แพร่ข่าว ออนไลน์ หลังจากผ่านพ้นวันเข้าพรรษามาครึ่งเดือน ทำท่าว่าจะเกิดเหตุเภทภัยที่ต้องทำให้พี่น้องชาวบ้านต้องเดือดร้อนกันแบบไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้ คือสถานการณ์ภัยแล้ง เนื่องจากฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล จนบางแห่งต้องเดือดร้อนแห่นางแมวกันแล้ว มองดูแม่น้ำสายหลักอย่างแม่น้ำยม ก็แห้งเหือดผิดปกติเหมือนกับหน้าแล้ง ถึงขนาดเดินข้ามได้ จนท้องถิ่นหลายแห่งต้องลงทุนกั้นกระสอบทรายกันเป็นรอบที่สอง แต่ยังดีอยู่บ้างที่ช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมาพอมีฝนตกลงมาให้คลายร้อน แต่ยังไม่สามารถแก้ปัญหาเรื่องการขาดแคลนน้ำทางการเกษตรได้ เพราะพื้นที่นาส่วนใหญ่ต้องอาศัยน้ำฝนเป็นหลัก คนเฒ่าคนแก่ต่างคาดการณ์กันว่า ปีหน้าข้าวจะแพง เพราะเราทำนาได้น้อย แต่ผมว่าปีนี้ หมากก็แพงอยู่แล้ว ขออย่าให้ข้าวแพงอีกเลยครับ

เมื่อล้ำเลิกถึงฟ้าฝนพอสมควรแล้ว เรามากางดูนโยบายของรัฐบาลใหม่ ซึ่งได้แถลงต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 25 ก.ค.62 ที่ผ่านมากันสักหน่อย ซึ่งท่านผู้เป็นเจ้าของประเทศผู้ เสียภาษีทุกคนคงได้ติดตามชมการถ่ายทอดแล้วนะครับว่าดุเดือดเลือดพล่านปานใด ผมก็คงไม่ต้องฉายซ้ำให้เปลืองหน้ากระดาษอีก คิดว่าเหตุการณ์ครั้งนี้นอกจากจะติดตาพระเดชพระคุณท่านผู้ชมแล้ว คงจำต้องจารึกในประวัติศาสตร์การเมืองไทยอีกครั้งหนึ่ง แต่ผมจะนำท่านผู้อ่านคอการเมืองท้องถิ่นไปทบทวนเนื้อหาสาระในนโยบายรัฐบาลผสมครั้งนี้ในฐานะคนท้องถิ่นว่านอกจากนโยบายด้านเศรษฐกิจ สังคมแล้ว รัฐบาลนี้ได้ให้ความสำคัญกับการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นหรือไม่ ซึ่งมีการกำหนดนโยบายเป็นสองประเภทคือนโยบายหลัก กับนโยบายเร่งด่วน

นโยบายหลักมีอยู่ด้วยกัน 12 ด้าน ยกมาเล่าโดยสรุปคือ ปกป้องสถาบัน สร้างความมั่นคง บำรุงศาสนา สร้างบทบาทเวทีโลก พัฒนาเศรษฐกิจ พัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจ สร้างความเข้มแข็งจากฐานราก ปฏิรูปการเรียนรู้ สวัสดิการที่เหมาะสม ฟื้นฟูทรัพยากร ปฏิรูปการบริหารภาครัฐ และปราบปรามการทุจริต ซึงจากที่ได้ฟังการแถลงของนายกประยุทธ์ ก็บอกว่ามีความหนาตั้งหกสิบหกหน้า ผมจึงค้นหาเพื่อจะได้ทราบว่ารัฐบาลนี้ได้ให้สำคัญเรื่องการกระจายอำนาจเพียงใด ปรากฏว่าอยู่ในด้านที่ 11 ที่ว่าด้วยการปฏิรูปการบริหารงานภาครัฐ ในหัวข้อที่ “11.8 การกระจายอำนาจ ความรับผิดชอบและเพิ่มบทบาทการปกครองขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเสริมสร้างบทบาทของเอกชนและชุมชนในการให้บริการสาธารณะ โดยเร่งรัดพัฒนาองค์กรและบุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้มีศักยภาพและมีความรับผิดชอบมากขึ้นทั้งในการบริหารและการใช้จ่ายงบประมาณ เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถบริหารจัดการตนเองตามหลักธรรมาภิบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งส่งเสริมบทบาทเอกชนและชุมชนท้องถิ่นและภาคอื่น ๆ ในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาพื้นที่ รวมทั้งจัดให้มีบริการสาธารณะต่าง ๆ ให้ตรงกับความต้องการของประชาชนเพื่อนำไปสู่การยกระดับมาตรฐาน การให้บริการของรัฐให้เทียบเท่ามาตรฐานสากลและสนับสนุนการพัฒนายุทธศาสตร์เชิงพื้นที่”

นี่คือใจความสำคัญของนโยบายด้านการกระจายอำนาจของรัฐบาล ซึ่งอ่านแบบวิเคราะห์เจาะลึกแล้ว ก็ไม่เห็นว่าจะมีอะไรใหม่ไปกว่าพฤติกรรมการปฏิบัติเรื่องการกระจายอำนาจของรัฐบาลที่ผ่านมา แต่ถือเป็นเกียรติประวัติอยู่บ้างคือได้นำเอาเรื่องการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นมาระบุไว้ในนโยบายหลัก ถามว่าถ้าจะเพิ่มศักยภาพและความรับผิดชอบให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะเพิ่มด้วยวิธีใด แบบไหน ก็ไม่ได้ระบุชัดเจน แล้วยังต่อด้วยว่าจะยกระดับมาตรฐานการให้บริการให้ได้มาตรฐานสากล ก็เป็นการพูดกว้างยิ่งกว่ามหาสมุทร ไม่มีขอบเขตและเวลาให้อุ่นใจ กับทั้งหยอดท้ายสั้น ๆ ห้วน ๆ ว่า จะสนับสนุนการพัฒนายุทธศาสตร์เชิงพื้นที่ ซึ่งอ่านแล้วเหมือนคนที่นอนหลับแล้วละเมอพูดออกมาลอย ๆ ครับ ไม่ได้บอกยุทธศาสตร์อะไร ด้านใด ที่ท้องถิ่นจะต้องได้รับการสนับสนุน

ดังนั้น ดูจากการกำหนดนโยบายแล้ว ท้องถิ่นคงไม่ต้องตั้งความหวังอะไรจากการกระจายอำนาจมากมายนัก ที่จะให้ประชาชนคนท้องถิ่น ได้จัดการตนเอง เพราะปัจจุบันอำนาจที่ท้องถิ่นจะจัดจัดการตนเอง ก็ได้ถูกเรียกกลับคืนไปส่วนกลางเกือบหมดแล้ว แม้แต่อำนาจการบรรจุแต่งตั้งบุคคลก็ไม่เหลือหลอ จึงขอให้พี่น้องชาวท้องถิ่นลองติดตามต่อไปครับว่า “อะไรคือการกระจายอำนาจ” ตามนโยบายของรัฐบาลนี้ กรรมจะเป็นเครื่องชี้เจตนาครับ และหากถึงช่วงเวลาหนึ่งเราจะรูปว่า การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นของไทย จะฟื้นคืนชีพหรือตายสนิทชนิดหายไปจากแผ่นดินนี้.

ปฏิพล จอมดวง

แสดงความเห็น