มะขามน้อยในมือถึงกับสั่น หอมกลิ่น ‘น้ำปู๋’ ใหม่น้ำลายแตก

71
0
- ผู้สนับสนุนแพร่ข่าว -

ฤดูกาลเคี่ยวน้ำปูของชาวบ้าน ปีนี้ปริมาณปู ในทุ่งนามีน้อย จากปัญหาภัยแล้งรุนแรง ส่งผลให้ราคาน้ำปูพุ่งสูงขึ้น สตาร์ทเริ่มต้นที่ กก.ละ 700 บาท

หลังเสร็จสิ้นจากการปลูกข้าว ชาวบ้านในจังหวัดภาคเหนือก็จะเก็บปูนา ที่กัดกินต้นข้าวนำมาทำน้ำปู ซึ่งเป็นส่วนประกอบอาหารพื้นบ้านที่มีมานาน โดยจะหาเก็บปูตามนาข้าว หรือรับซื้อจากคนที่ไปหามาขาย ก่อนนำมาตำบด บีบคั้นผสมกับใบตะไคร้เพื่อเอาน้ำมาหมักไว้ 1 คืน ก่อนนำมาต้มหรือเคี่ยว ในภาชนะหม้อดิน หรือกระทะ โดยตำกระเทียม และเกลือ เป็นเครื่องปรุงรส ผสมเข้าไปด้วย แล้วเคี่ยวด้วยไฟอ่อนไม่ต่ำกว่า 10 ชั่วโมง โดยจะต้องคนตลอดจนแห้ง เรียกว่า น้ำปู๋ คนทางภาคเหนือนิยมนำไปตำน้ำพริก หรือนำไปใส่แกงหน่อไม้/ใส่ยำหน่อไม้ หรือจะนำไปจิ้มกับผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว นิยมทานเฉพาะถิ่น เนื่องจากมีกลิ่นฉุนกว่ากะปิ นิยมทำไว้ทานปีต่อปี

ทุกปีที่ผ่านมาราคาขายน้ำปู จะอยู่ที่ กก.ละ 400-600 บาท แต่การเคี่ยวน้ำปูจะต้องอยู่ห่างไกลจากชุมชน เนื่องจากกลิ่นในการเคี่ยวน้ำปูอาจสร้างความรำคาญ และเป็นอันตรายสำหรับผู้ป่วย ทำให้แพ้กลิ่นได้ เกือบทุกหมู่บ้านจึงมีกฎกติกา ห้ามเคี่ยวน้ำปูในย่านชุมชน ต้องไปหาสถานที่เคี่ยวน้ำปูตามห้างนา และใต้ร่มไม้ใหญ่ ห่างจากหมู่บ้านยิ่งไกลยิ่งดี ถ้าหากใส่เครื่องปรุงประเภทพริก ตะไคร้ ตำผสมเพิ่มลงไปอีก ก็จะกลายเป็นสูตรน้ำปูทรงเครื่อง ราคาก็จะแพงขึ้นไปอีก จะขายในราคา กก.ละ 800-1,000 บาท ในอดีตจะเก็บปูนาทำเอง แต่ปีนี้สภาพแล้งจัดปูหายาก คนที่จับปูนาขายต้องส่องไฟจับในช่วงกลางคืน ราคาปูดิบ ในบางพื้นที่จะขายในราคา กก.ละ 40-50 บาท ทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น จึงเป็นที่มาของน้ำปูราคาแพงในปีนี้

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่