กว่าจะมาเป็นข้าวให้ได้ทุกคนรับประทาน

271
0
- ผู้สนับสนุนแพร่ข่าว -

……….เกษตรกรทำนาข้าว จ.แพร่ เริ่มปรับเปลี่ยนแนวอาชีพการทำนา มาใช้การทำนาหว่านแห้ง แทนการทำนาดำ เป็นการลดต้นทุนทำนา รอฝนตกเมล็ดข้าวที่หว่านรอฝนก็จะงอก แต่ไม่ง่ายต้องต่อสู้กับนกที่จะมาจิกกินข้าว ต้องสู้ด้วยหุ่นไล่กา

…………ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงนี้เป็นช่วงที่เกษตรกร จ.แพร่ เริ่มทำนากันแล้ว แต่มีเกษตรกรบางคนปรับเปลี่ยนแนวอาชีพการทำนา มาใช้การทำนาหว่านแห้ง แทนการทำนาดำ เป็นการลดต้นทุนการทำนา รอฝนตกเมล็ดข้าวที่หว่านรอฝนก็จะงอก แต่ไม่ง่ายเลย เพราะต้องต่อสู้กับนกที่จะมาจิกกินข้าว ชาวนาจึงต้องสู้ด้วยหุ่นไล่กา ที่สร้างเอง ซึ่งปัญหาฝูงนกจิกกินเมล็ดข้าวที่หว่านรอฝน นี่เอง จึงมีภาพมุมชีวิตการทำหุ่นไล่กาเพื่อไล่นก จากแนวการทำนาแบบใหม่ “นาหว่านแห้ง หรือนาไล่นก”

………..นางสุจิตร มณีกาศ อายุ 52 ปี บ้านเลขที่ 10/2 ม.1 ต.บ้านกาศ อ.สูงเม่น จ.แพร่ ที่เป็นเกษตรทำนา เผยกับว่า ปัจจุบันเกษตรกรต้องปรับเปลี่ยนแนวทำนา มาเป็นแบบหว่านแห้งรอฝน เพราะฝนมาช้ากว่าอดีตที่ผ่านมา แต่เมื่อถึงเวลาก็ต้องทำตามกำหนด โดยเริ่มไถนาที่ดินแห้งๆ แล้วหว่านเมล็ดข้าว ก่อนจะไถกลบเมล็ดข้าว แต่ปัญหาคือ ระหว่างที่หว่างเมล็ดข้าว มักมีฝูงนกรบกวน ครั้นจะไปซื้อว่าวเหยี่ยวมาไล่นก ก็ยังไม่มาขาย เห็นโฆษณาขายทางออนไลน์ไม่แพง ถ้าซื้อครั้งหลายมากๆ ขายตัวละ 60 บาท แต่เมื่อพ่อค้านำมาขายให้ชาวนาตัวละ 200 บาท มันแพงเกินไป

……….จึงต้องใช้วิธีดังเดิมคือ หอบเสื้อผ้าเก่า และฟางข้าว มาทำหุ่นไล่นกไล่กา อย่างเร่งด่วน ให้เสร็จเร็วที่สุด เพราะหากสามีหว่านเมล็ดข้าวเสร็จ เธอต้องรีบเอาหุ่นไล่กาไปปักเพื่อไล่นกทันที และต้องทำหลายตัวๆ ให้ทันกับที่สามีหว่าน โดยวันนี้นาเธอต้องใช้หุ่นไล่กา กว่า 20 ตัว จึงต้องเร่งทำให้ทัน ปัญหาอีกอย่าง คือ อีกหลายวันต่อมานกอาจชินกับหุ่นฟาง ต้องหาหมวกมาสวมให้หุ่น นกจึงจะกลัว  ถ้าฝนตกเร็ว เมล็ดข้าวงอก ก็หมดห่วง มาไล่นกอีกรอบตอนข้าวตั้งรวงก่อนเกี่ยว การไล่นกเป็นปัญหาการปลูกข้าวแนวใหม่ นางสุจิตรฯ กล่าวปิดท้าย

…………เมื่อวิถีชีวิตชาวนาเปลี่ยนไป จึงมีภาพชีวิตการทำนาให้อยู่รอดตั้งแต่เริ่มหว่านเมล็ด ไปจนกว่าจะเก็บเกี่ยวมาให้เราทุกคนได้รับประทาน นี่จึงเป็นภาพวิถีชีวิตชานา “นาหว่านแห้ง หรือนาไล่นก” มาให้ได้ชมกัน.

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่